GAT-PAT ในAdmission

ที่มา   :   U-Success

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีแบบนี้จาก   http://board.pecschool.net

ดอกไม้รวม

GAT

GAT ย่อมาจาก General Aptitude Test เป็นการทดสอบความถนัดทั่วไป เพื่อวัดศักยภาพของนักเรียนที่จะเรียนมหาวิทยาลัย 

GAT เป็นข้อสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ข้อสอบ GAT มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ทางภาษา โดยข้อสอบ GAT จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ

ข้อสอบ GAT การอ่านเชื่อมโยง  (ภาษาไทย)

ข้อสอบ GAT ส่วนนี้บางครั้งจะถูกเรียกกันในหมู่นักเรียนและติวเตอร์ว่า “ GAT การอ่านเชื่อมโยง ” ซึ่งเป็นข้อสอบ GAT ที่ให้ผู้สอบอ่านบทความแล้ววิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่กำหนดให้ ดังนั้นผู้สอบ GAT การอ่านฯ จะต้องฝึกฝนการให้เหตุและผลอย่างเป็นระบบ คอร์สสอน GAT จึงเน้นสอน/ติวให้ผู้เรียนคอร์ส GAT ได้ฝึกฝนการให้เหตุผล พร้อมทั้งสอน/ติวเทคนิคทำคะแนน GAT แบบหวังผล 150 คะแนนเต็ม แบบเวลาเหลือๆ อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้เรียน GAT กับเรา พิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลยครับ

ข้อสอบ GAT วัดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ

ข้อสอบ GAT ส่วนนี้ผู้สอบ GAT ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ผู้เรียน GAT จึงควรเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษด้วยครับ เพื่อให้การเรียนในคอร์ส GAT เป็นไปด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนจะส่งผลให้คะแนนสอบ GAT ภาษาอังกฤษ พุ่งพรวดราวติดจรวด เกจิ GAT คนเดิม กล่าวเพิ่มเติมว่า “ นักเรียนทุกคนจะได้รับทั้งความรู้และเทคนิคดีๆมากมายในคอร์ส ติว GAT ภาษาอังกฤษ เรียนสนุก ได้ผลจริง ต้องติว GAT กับ U-SUCCESS เท่านั้น ”

แนวทางการสอนหลักสูตร GAT นั้น ทางสถาบันได้แบ่งการเรียนการสอน GAT ออกเป็นสองส่วนตามลักษณะของข้อสอบ GAT คือ GAT การเชื่อมโยงความคิด และ GAT การทดสอบความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ

โดยข้อสอบจะเน้นวิเคราะห์เป็นหลัก   เนื้อหา

-> การอ่าน เขียน คิดวิเคาระห์และการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 50%
-> การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50%

ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นแบบปรนัยและอัตนัย
-> คะแนน 300 คะแนน เวลาสอบ 3 ชั่วโมง
-> ข้อสอบเน้น Content Free และ Fair
-> เน้นความซับซ้อน (Complexity) มากกว่าความยาก
-> มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อสอบ

ปกติการสอบ GAT จะจัดสอบปีละ 3 ครั้ง แต่เนื่องจากปีนี้ ทาง สทส ได้ทำการลดรอบการสอบ GAT เดือนกรกฏาคม เหลือเพียงแค่สองรอบคือ รอบเดือนมีนาคม และรอบเดือนตุลาคม ปัจจุบันสอบได้เฉพาะ ม.6เท่านั้น
-> คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด

PAT

ย่อมาจาก  Professional Aptitude Test  เป็นการสอบวัดความถนัดเฉพาะทางวิชาชีพ แบ่งเป็นทั้งหมด 7 ชุด ประกอบด้วย

PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
-> เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion, Geometry, Trigonomentry, Calculus ฯลฯ 
-> ลัษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills

PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
-> เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, Environment, ICT ฯลฯ
-> ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability, Science Problem Solving Ability ฯลฯ

PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์
-> เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics,Engineering Sciences, Life Sciences, IT ฯลฯ 
-> ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Preceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability

PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
-> เนื้อหา เช่น Architectural Math and Sciences ฯลฯ 
-> ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability

PAT 5 วัดศักยภาพทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
-> เนื้อหา เช่น ความรู้ในเนื้อหาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ 
-> ลักษณะข้อสอบ ครุศาสตร์ (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ

PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
-> เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทางศิลป์ ฯลฯ 
-> ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

PAT 7 วัดศักยภาพทางภาษาต่างประเทศที่ 2
-> เนื้อหา จะเป็นพื้นฐานการเรียนต่อ เช่น Grammar, Vocabulary Culture, Pronunciation Functions
-> ลักษณะข้อสอบ Paraphasing, Summarizing Applying Concepts and Principles, Problem Solving skills, Critical Thinking skills, Questioning skills, Analytical skills

ลักษณะข้อสอบ PAT

– จะเป็นปรนัย และอัตนัย 
– เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก 
– มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ

จัดสอบ 
– เมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง 
– คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด

Advertisements