ปทุมฯโผล่สอนไม่เป็น 5คผช. 3ใน5ได้ที่1

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:45:52 น.

735156_526183240767096_80435884_n

จากกรณีที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา ระบุว่าได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ว่าผู้ที่สอบได้ลำดับที่ 1 ในวิชาเอกคอมพิวเตอร์ และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ ทำการสอนไม่ได้ ซึ่งสะท้อนว่าคนที่สอบครูผู้ช่วยได้ครั้งนี้อาจไม่ใช่คนเก่งจริงนั้น

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายพิทยา ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) เขต 4 ซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบครูผู้ช่วยที่บรรจุในโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พบเบื้องต้นมีปัญหาไม่สามารถสอนนักเรียนได้ถึง 5 คนแล้ว โดยเป็นคนที่สอบได้คะแนนสูงสุดในลำดับที่ 1 ของ จ.ปทุมธานี ถึง 3 ราย และเป็นครูมาจากต่างถิ่น ส่วนใหญ่มาจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รุกขยายลงมาถึง จ.ปทุมธานี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อโรงเรียนและชื่อครูผู้ช่วยเหล่านี้ได้

“เป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก ที่ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงเป็นลำดับที่ 1 มาจากครูสอนระดับประถมศึกษา ส่วนคนที่สอนอยู่ระดับมัธยมศึกษากลับสอบไม่ติด ทั้งนี้ ทราบว่ามีผู้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้หลายรายได้เสียเงินคนละหลายแสนบาท เพื่อสอบเข้ามาเป็นครูผู้ช่วย” นายพิทยากล่าว และว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ สพม. เขต 4 ได้รวบรวมข้อมูลความผิดปกติเกี่ยวกับครูผู้ช่วยรายงานไปยัง ศธ. เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประเด็นที่ได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯได้ตรวจสอบในกรณีที่มีผู้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้รวมกว่า 18,000 คน แต่มีผู้เข้าสอบจริงประมาณ 9,000 คนเท่านั้น ที่เหลือประมาณครึ่งหนึ่งไม่มาสอบ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบดูว่า มาจากสาเหตุอะไร เกิดอะไรขึ้น เพราะเบื้องต้นมีกระแสข่าวว่าคนที่ไม่มาสอบเหล่านี้รู้ว่ามีขบวนการทุจริต จึงไม่มาสอบ เพราะสอบไปก็สู้คนที่ทุจริตจ่ายเงินไม่ได้

นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า มีผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกและได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยบางคน สอบได้คะแนนในภาพรวมอันดับที่ 800 กว่า และสอบได้คะแนนศูนย์ในบางชุดวิชา จากทั้งหมด 4 ชุดวิชา จึงได้ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯไปตรวจสอบว่า ทำไมจึงได้รับการบรรจุ ซึ่งทราบว่ามีหลายคนที่ได้คะแนนในลักษณะนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวมีกลุ่มนักการเมืองระดับชาติที่อยู่ในขบวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย ลงขันกันจ่ายเงินเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.นั้น ก็ได้ยินมาเหมือนกัน โดยมีผู้หวังดีมาบอกว่า มีคนเตรียมการเรื่องนี้อยู่ ซึ่งตนกำลังให้ตรวจสอบหาข้อมูลอยู่ว่าเป็นจริงหรือไม่

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า เรื่องการพิจารณายกเลิกผลการสอบครูผู้ช่วย เนื่องจากปัญหาการทุจริตนั้น โดยหลักการผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมาโดยไม่ถูกต้องจะต้องถูกดำเนินการ ในกรณีไหนที่ชัดเจน มีหลักฐานว่าได้รับการคัดเลือกมาอย่างไม่ถูกต้อง จะต้องมีกระบวนการที่ไม่ให้คนเหล่านี้มีสิทธิเป็นข้าราชการครู ซึ่งต้องขอดูรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ก่อน เช่น ในพื้นที่หนึ่งมีผู้ที่สอบบรรจุได้ แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าไม่ได้สอบด้วยความรู้ ความสามารถของตัวเอง ถามว่าจะแยกแยะได้หรือไม่ว่าคนที่เหลือในพื้นที่สอบด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง เพราะมีข้อมูลว่าในบางพื้นที่พบคนที่สอบไม่ได้อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต โดยรู้ข้อสอบก่อน และมีคะแนนสูงผิดปกติเช่นกัน หากเป็นลักษณะนี้จะให้ยกเลิกผลการสอบของคนที่ได้รับบรรจุมาอย่างไม่ถูกต้อง แล้วเลื่อนอันดับมาบรรจุผู้สอบได้ในลำดับถัดไป ซึ่งมาอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน ก็คงจะบรรจุให้ไม่ได้ ฉะนั้น ทั้งหมดนี้ต้องขอดูรายละเอียดแล้วพิจารณาว่า จะให้ความเป็นธรรมกับคนที่สอบได้ด้วยความรู้ความสามารถของตนเองอย่างไร

“ที่พูดกันว่าผู้ที่ทุจริตการสอบในคราวนี้ จะต้องชดใช้ความเสียหายทางแพ่งด้วยหรือไม่นั้น จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายละเมิดหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นตัวอย่างว่า การอ้างว่ามีทุจริตแล้วยกเลิกการสอบจะเรียกค่าจัดการสอบจากคนทุจริตได้ เพราะถือว่าใครที่ทุจริตก็จะตัดสิทธิไป แต่การทุจริตบางกรณี เช่น ขโมยข้อสอบไป ทำให้ผู้เข้าสอบคนอื่นเสียหาย ต้องเดินทางมาสอบหลายรอบ ก็อาจจะเรียกข้อหาละเมิดจากคนขโมยข้อสอบได้ แต่กรณีการทุจริตสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ไม่ใช่” นายพงศ์เทพกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณาโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีข้อมูลว่าเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า หากดูข้อมูลหลักฐานแล้วว่าจะกระทบต่อการสอบสวน ก็จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอผลการสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อน และจะได้หารือร่วมกับนายเสริมศักดิ์ในฐานะที่กำกับดูแล สพฐ.ต่อไป แต่ขณะนี้ยังพูดอะไรไม่ได้

Advertisements

ต้องการบอกว่า !!!

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s