Archive | เมษายน 2013

โนเกียเปิด WhatsApp Phone 2,100บ.

ที่มา  :   slashgear.com

โนเกียเปิดตัวโทรศัพท์แบบ QWERTY รุ่นใหม่ โดยเป็นโทรศัพท์ราคาถูกตระกูล Asha โทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ใช้ชื่อรุ่นว่า Asha 210 เป็นมือถือสไตล์แคนดี้บาร์ มีจุดเด่นที่สามารถเล่น WhatsApp ได้ฟรี (ไม่เสียค่าแอพฯ แต่เสียค่าใช้บริการอินเตอร์เน็ตนะ) โดย Asha 210 จะมี 2 รุ่นคือแบบ 1 ซิม และ 2 ซิม

Nokia-Asha-210-Yellow_DualSIM_Whatsapp-580x489Nokia-Asha-210_Yellow_SingleSIM_Self_Portrait-566x500

จุดเด่นของโทรศัพท์รุ่นนี้คือ  มีปุ่ม WhatsApp ให้มาบนเครื่องเลย กดเพื่อแชทได้ตลอดเวลา และผนวก WhatsApp เข้าไปในสมุดโทรศัพท์ของ Asha 210 เอาไว้ให้ด้วย

อย่างอื่นที่น่าสนใจก็มี Wi-Fi,  กล้องหลัง 2MP  ไม่มีกล้องหน้า  ไม่รองรับ 3G  ใช้งานได้แค่ GPRS/EDGE  มีแอพฯอย่าง Facebook, Twitter, Gmail และ Youtube มาให้ด้วย     

โนเกียจะวางขายในไตรมาศ 2 ปีนี้ ในราคา $72 คิดเป็นเงินไทยก็เกือบๆ 2,100 บาท

เทคนิคช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต

ที่มา  :   กระจายเพื่อเป็นธรรมทาน

หลอดเลือก

ดังที่ทราบกันดีว่าการไหลเวียนของเลือดที่ดี ทำให้ทุกๆเซลล์ในร่างกายได้รับอ็อกซิเจน สารอาหารอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งยังทำให้อวัยวะเเละเซลล์สามารถขับพิษออกไปได้อย่างสมบรูณ์ หากการไหลเวียนติดขัดจะก่อให้เกิดอาการโรคที่เรียกว่า Peripheral Vascular Disease (PVD)  ซึ่งมีกลุ่มอาการ มือ เท้าเย็น เหน็บ ชา บวมตามปลายมือปลายเท้า จนอาจถึงขั้นเนื้อเยื่อเน่าตายได้ 

หากใครเริ่มมีอาการดังกล่าว มีวิธีการเพิ่มการไหลเวียนเลือดเพื่อรักษากลุ่มอาการทรมานดังกล่าวได้โดย 

1)  เดินบนสายพาน หรือเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้า  (ดีที่สุดเพราะจะได้รับอีเล็คตรอนอิสระจากเเผ่นดินช่วยกำจัดอนุมูลอิสระเเละกระตุ้นเส้นเลือดฝอยบริเวณฝ่าเท้า พร้อมกับพลังงานเเม่เหล็กโลก หลายคนที่เป็นภูมิเเพ้สารพัดหายได้จากการเดินเท้าเปล่า พระพุทธเจ้าก็ยังกำหนดวินัยให้ภิกษุเดินด้วยเท้าเปล่า)  วันละ 30 นาที 
2)  ทานเม็ดฟักทองเพราะมีวิตามิน อี ช่วยป้องกันเกร็ดเลือดจับตัวเป็นก้อน ทำให้เลือดไม่ข้นเหนียวเกินไป ไหลเวียนได้สะดวกในท่อเลือด 
3)  ทานส้มหรือมะนาวเพิ่มวิตามินซี เเละสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม bioflavonoids ช่วยเสริมผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง เเละป้องกันการสะสมตัวของตะกรันไขมันภายในเส้นเลือด 
4)  ทานกระเทียมป้องกันการสะสมตัวของตะกรันไขมันภายในเส้นเลือด และมีสรรพคุณเป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ ป้องกันการติดเชื้อทำให้ไม่เกิดปฏิกิริยาการอักเสบในหลอดเลือด 
5)  ทานอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3   เช่น  เนื้อปลา อะโวคาโด 
6)  ทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มังคุด สัปปะรด เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระเเละเสริมระบบการย่อยเเละดูดซึมอาหาร 
7)  ดื่มน้ำให้มากๆ  เต่ใครที่ดื่มน้ำเเล้วร่างกายอุ้มน้ำไม่ค่อยได้ จนต้องฉี่บ่อยๆ  ควรทานผักผลไม้ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบเยอะๆเช่น  เเตงโม เเตงกวา มะเขืิอเทศ (พร้อมกับต้องลดปริมาณ ชา กาเเฟลงเพราะ ชา กาเเฟมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ) 
8)  งดการสูบบุหรี่ เพราะชัดเจนว่าการสูบบุหรี่ทำให้เลือดข้นเหนียวจนไหลเวียนได้ยากขึ้น
9)  คุมเข้มเรื่องน้ำตาล  เพราะชัดเจนว่า  น้ำตาลทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง ทำให้ขนาดท่อภายในหลอดเลือดตีบเเคบลง 
10)  งดทานไขมันเทียมทุกรูปเเบบ เช่น เนยเทียม  ครีมเทียม  เนยขาว  น้ำมันพืชที่ผ่านการทอดหรือผัดด้วยความร้อนสูงๆ 
11)  นอนราบบนพื้นเเล้วยกพาดขาให้สูงกว่าศรีษะเพิ่มให้เลือดไหลเวียนกลับจากขา
12)  แช่มือ แช่เท้าในน้ำอุ่นจัดๆให้หลอดเลือดขยายตัว 
13)  เสริมสารอาหารเเละวิตามินด้วย

           วิตามินบีรวม  เพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยระบบการย่อยเเละดูดซึมอาหาร เเละระบบประสาท  

            วิตามินซี       เสริมสุขภาพผนังหลอดเลือดเเละต่อสู้อนุมูลอิสระ

AppleคืนiPhone 8ล.เครื่องโรงงานFoxconn

ที่มา  :  techradar.com/news/world-of-tech

foxconn-iphone_large_verge_medium_landscape

มีรายงานว่า Apple ได้ทำการส่งคืน iPhone จำนวนมาก 5 ถึง 8,000,000 เครื่อง กลับคืนไปยังโรงงานผลิต Foxconn หลังคุณภาพการผลิตที่มีปัญหาและต่ำกว่ามาตรฐาน โดยข่าวนี้มาจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ทำงานอยู่ในโรงงาน Foxconn

ซึ่งถ้าหากรายงานนี้เป็นเรื่องจริง เท่ากับว่า Foxconn เกิดค่าเสียหายประมาณ $1,600,000,000 เลยทีเดียว โดยค่าเสียหายนี้ประมาณการจากค่าใช้จ่ายที่ Foxconn ต้องนำมาแยกชิ้นส่วนและเก็บส่วนที่ยังใช้ได้ ซึ่งมีค่าในการดำเนินการอีกมาก

แต่เรายังไม่รู้ว่าไอโฟนที่ถูกส่งคืนนั้น เป็นรุ่นอะไร เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ หรือรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว และการส่งคืนในครั้งนี้เป็นเกมที่ Apple ใช้เพื่อลดภาระสต็อกสินค้าในการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่หรือเปล่าก็ไม่รู้

โดยในขณะนี้มีข่าวลือหนาหูว่า Apple จะทำการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในวันที่ 20 มิถุนายน

มท.แจ้งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้าอ้างอิงได้

ที่มา  :  กระทรวงมหาดไทย

thoondd_id-card

ประกาศจากกระทรวงมหาดไทยที่ให้ประชาชนสามารถถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเพียงด้านหน้าด้านเดียวเท่านั้น โดยหนังสือกระทรวงมหาดไทย มท.0309.2/ว 6857 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2556  เรื่อง การถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card)

เรื่องของเรื่องมาจากประชาชนร้องเรียนผ่านไปยัง  สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า   การถ่ายสำเนาบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นการเสียค่าใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็น

เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนดังนั้น จึงเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาในต้นปี2556 ที่ผ่านมา   และมีผลสรุปว่า มีการใช้บัตรประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือ บัตรสมาร์ทการ์ด เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบัตรดังกล่าวมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญครบถ้วนอยู่แล้วในด้านหน้าบัตร

ฉะนั้น   จึงเห็นควรให้มีการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนเพียงด้านเดียว ซึ่งนอกจากมีความสะดวก ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐแล้ว ยังลดภาระด้านค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอีกด้วย

ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 32 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 เสนอแนะมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า รายการในบัตรตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน จะมีรายการและรายละเอียดของรายการในบัตร ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลขณะขอมีบัตรของผู้ถือบัตรปรากฎอยู่ด้านหน้าบัตรเพียงด้านเดียว  ใต้รูปของผู้ถือบัตรจะเป็นเลขหมายคำขอ ประกอบด้วยรหัสแสดงถึง

                   สถานที่จัดทำบัตรตามที่กรมการปกครองกำหนด   จำนวนสี่หลัก

                   เลขแสดงจำนวนครั้งที่ทำบัตรของแต่ละบุคคล       จำนวนสองหลัก

                   เลขตรวจสอบความถูกต้องของการออกบัตร          จำนวนแปดหลัก

ด้านหลังของบัตรจะมีรหัสการผลิตบัตร และรหัสกำกับบัตรเพื่อการควบคุมการจ่ายบัตร  ตามมาตรการบริหารการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ของกรมการปกครอง ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับมติที่ประชุมร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาร้องเรียนดังกล่าว

ดังนั้นกรณีหน่วยงายของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรหรือขอคัดสำเนาบัตรเพื่อประกอบการพิจารณา หรือจะต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตรเป็นหลักฐาน  โดยเฉพาะบัตรประจำตัวแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญครบถ้วนอยู่ด้านหน้าควรให้ถ่ายสำเนาบัตรเพียงด้านเดียว!

ตัวอย่างหนังสือที่แจ้งไปยังนายทะเบียน ทุกสำนักทะเบียน
http://www.pokkrongnakhon.com/datacenter/doc_download/a_180413_110939.pdf

ครม.แก้ ก.ม.กบข.ให้ ขรก.เลือกรับบำนาญ

ที่มา  :   เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

กบข

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

อนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเข้าบัญชีเงินสำรองเพิ่มขึ้น  เพื่อรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญ  และเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและลดภาระให้แก่ข้าราชการและผู้รับบำนาญ จึงเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว รวมทั้งเงินบำนาญส่วนเพิ่ม จากการดำเนินการตามแนวทางที่ให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญซึ่งเป็นสมาชิก กบข.โดยสมัครใจสามารถเลือกกลับไปรับบำนาญตามระบบเดิม

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. การแก้ไขปัญหาสมาชิก กบข. ในเรื่องบำนาญ มีดังนี้

๑) ข้าราชการ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และสมัครเป็นสมาชิก กบข.) 
      (๑) สมาชิก กบข.ซึ่งประสงค์จะกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ 
      (๒) ผู้ซึ่งจะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใดๆ ยกเว้นกรณีถึงแก่ความตาย ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้สมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงเมื่อวันออกจากราชการ 
(๓) การแสดงความประสงค์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ หรือวันออกจากราชการ และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ทั้งนี้ การแสดงความประสงค์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด 
(๔) ข้าราชการตามข้อ (๑)-(๓) ไม่มีสิทธิได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว โดยให้ กบข.ส่งเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินสำรอง สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว กบข.จะจ่ายคืนให้แก่ข้าราชการผู้นั้น
(๕) การส่งเงินเข้าบัญชีเงินสำรองและการจ่ายคืนเงินสะสมและผลประโยชน์ให้เป็นไปตามที่ กบข. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะกำหนดให้ กบข. นำเงินประเดิม เงินสมทบ เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวที่ได้รับคืนจากสมาชิกส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง ทั้งนี้ กบข. จะต้องจัดทำรายงานการนำเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวส่งเข้าบัญชีเงินสำรองต่อกรมบัญชีกลาง ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดข้อมูลที่ กบข. จะต้องรายงานให้กรมบัญชีกลางทราบ 
(๖) หากข้าราชการซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ หรือก่อนวันออกจากราชการ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ

๒) ผู้รับบำนาญ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และสมัครเป็นสมาชิก กบข. แต่ได้ออกจากราชการแล้ว)
      (๑) หากประสงค์จะขอกลับไปรับบำนาญตามสูตรเดิม (พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔) ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ และผู้รับบำนาญจะต้องคืนเงินก้อน (เงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว) ที่ได้รับไปแล้วแก่ทางราชการ โดยผู้รับบำนาญจะได้รับบำนาญตามสูตรเดิม ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ โดยวิธีหักกลบลบกัน 
(๒) การหักกลบลบกัน หากมีกรณีที่ผู้รับบำนาญต้องคืนเงิน ให้ผู้รับบำนาญคืนเงินแก่ส่วนราชการผู้เบิกภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ เพื่อนำส่งให้กรมบัญชีกลาง โดยเงินที่ส่วนราชการได้รับคืน ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หากมีกรณีที่ต้องคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ กรมบัญชีกลางจะคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ หากมีเงินเหลือจะนำส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง 
(๓) ผู้รับบำนาญที่ได้แสดงความประสงค์แล้ว เป็นผู้รับบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการ แต่หากผู้รับบำนาญมีกรณีที่ต้องคืนเงิน ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ จึงจะได้รับสิทธิดังกล่าว 
 (๔) หากผู้รับบำนาญซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ และหากมีกรณีต้องคืนเงินให้ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อถอนเงินที่ผู้รับบำนาญคืนให้แก่ส่วนราชการผู้เบิก เพื่อคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด จะกำหนดเรื่องการดำเนินการถอนเงินคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญที่ตายไปก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ

วิกฤตครู เกษียณแสน56-60 คปร.คืน20%

ที่มา  :  มติชนออนไลน์    วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 16:14:03 น.

ครู

รายงานข่าวแจ้งว่า  จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  พบว่า จำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2556-2560 มีจำนวน 97,254 คน  มีรายละเอียดดังนี้

ปี 2556 จ ำนวน 10,932 คน  ได้แก่  อันดับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (คศ.) 1 จำนวน 11 คน อันดับ คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 3,929 คน อันดับ คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จำนวน 6,556 คน อันดับ คศ.4 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 260 คน อันดับ คศ.5 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 9 คน บุคลากรทางการศึกษาอื่น 38 ค (2) จำนวน 167 คน

ปี 2557 จำนวน 15,541 คน ได้แก่ คศ. 1 จำนวน 6 คน อันดับ คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 5,774 คน อันดับ คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จำนวน 9,239 คน อันดับ คศ.4 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 275 คน อันดับ คศ.5 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 10 คน บุคลากรทางการศึกษาอื่น 38ค (2) จำนวน 237 คน

ปี 2558 จำนวน 20,661 คน ได้แก่ คศ.1 จำนวน 23 คน อันดับ คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 7,612 คน อันดับ คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จำนวน 12,546 คน อันดับ คศ.4 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 206 คน อันดับ คศ.5 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 10 คน บุคลากรทางการศึกษาอื่น 38 ค(2) จำนวน 264 คน ปี 2559 จำนวน 24,689 คน ได้แก่ คศ.1 จำนวน 28 คน อันดับ คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 9,165 คน อันดับ คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จำนวน 15,019 คน อันดับ คศ.4 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 174 คน อันดับ คศ.5 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 5 คน บุคลากรทางการศึกษาอื่น 38 ค (2) จำนวน 298 คน

ปี 2560 จำนวน 25,431 คน ได้แก่ คศ.1 จำนวน 42 คน อันดับ คศ.2 วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 9,057 คน อันดับ คศ.3 วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ จำนวน 15,865 คน อันดับ คศ.4 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 146 คน อันดับ คศ.5 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 2 คน บุคลากรทางการศึกษาอื่น 38ค (2) จำนวน 319 คน

นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  กล่าวว่า  เรื่องนี้หน่วยผลิตบัณฑิตสายครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ จะต้องมาขอข้อมูลเพื่อผลิตบัณฑิตให้เพียงพอทดแทนกับข้าราชการครูที่จะเกษียณอายุราชการในช่วงปี 2556-2560  ซึ่งจะต้องมาดูว่า จะต้องผลิตบัณฑิตในสาขาอะไรบ้าง  และจะต้องเริ่มวางแผนการผลิตตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 นี้  โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานหรือขอข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานที่ข้าราชการครูเหล่านี้ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ก็ไม่สามารถกำหนดอัตรามาทดแทนได้ เพราะตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมาย และนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.) ได้กำหนดให้มีการคืนอัตราเกษียณอายุราชการให้ ศธ.100% จนถึงปี 2556 นี้  และหลังจากนัั้นจะเหลืออัตราคืนให้เพียง 20% ของอัตราเกษียณในแต่ละปี โดยเมื่อพิจารณาตั้งแต่ปี 2557-2560 แล้ว จะได้อัตราเกษียณคืนมาประมาณ 20,000 อัตราเท่านั้น  ฉะนั้น หากไม่มีการวางแผนแล้ว  ก็จะมีปัญหาการขาดแคลนข้าราชการครู อย่างแน่นอน

”หน่วยผลิตสามารถเสนอขอข้อมูลมายัง ก.ค.ศ.เพื่อให้วิเคราะห์รายละเอียดข้าราชการครูที่จะเกษียณอายุราชการช่วงปี 2556-2560 จำแนกตามสาขาวิชาเอกได้ จะได้เป็นประโยชน์ในการผลิตบัณฑิตให้เพียงพอ ในส่วนของ สพฐ.นั้น ก็อาจจะต้องสรรหาครูให้ตรงและเพียงพอกับสาขาที่ขาดแคลน”Ž เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว

60ความเชื่อโบราณที่ควรรู้

60ความเชื่อโบราณ

ที่มา  :     นสพ.หนองบุวลำภูนิวส์

1.)  ห้ามใส่ชุดสีดำเยี่ยมคนป่วย เพราะสีดำเป็นสีที่คนโบราณถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์โศก การใส่ชุดดำไปเยี่ยมผู้ป่วยนั้นเป็นการแช่ง

2.)  จิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด โดยถ้าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะให้เลื่อนการเดินทางแต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้าย ให้เดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย

3.)  ตุ๊กแกร้องตอนกลางวัน เชื่อว่าจะมีเหตุร้ายเพราะตามปกติแล้วตุ๊กแกที่อาศัยในบ้านมักจะร้องตอนกลางคืน ถ้าร้องตอนกลางวันถือเป็นลางบอกเหตุร้าย เนื่องจากคนโบราณเชื่อว่าตุ๊กแกคือ วิญญาณของปู่ย่าตายายที่ตายไปแล้วมาอาศัยอยู่ คอยคุ้มครองลูกหลานจากภัยอันตราย

4.)  นกแสกเกาะหลังคาบ้าน จะเกิดลางร้าย เพราะนกแสกเป็นนกที่ถือว่าให้ความอัปมงคล เนื่องจากโดยธรรมชาตินกแสกมักจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคน

5.)  ถ้านกถ่ายรดบนศรีษะ เชื่อว่าจะโชคร้าย หากกำลังจะออกเดินทางแล้วถูกนกถ่ายรดที่ศรีษะซะก่อน ให้หยุดการเดินทางทันที หรือเลื่อนกำหนดออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น

6.)  เมื่อตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน ให้พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่ให้ไล่

7.)  กลางคืนถ้าได้ยินเสียงร้องทักห้ามขานรับ เพราะเชื่อว่าเป็นเสียงของดวงวิญญาณอาจจะมาหลอนมาหลอกหรือเป็นการเชิญวิญญาณเข้าบ้าน

8.)  คนที่มีไฝที่ริมฝีปากล่าง ให้ระวังปากนำเคราะห์ เพราะพูดไม่คิด และมักเป็นคนใจร้อน อารมณ์รุนแรงขาดเหตุผลในการยับยั้งชั่งใจ

9.)  คนใดที่มีลักษณะผมหยิกๆ หน้าสั้นคอสั้น มักจะเจ้าชู้ (แต่เป็นความเชื่อขำๆนะ อันนี้ต้องคิดว่าต้องดูต่อจากภายในหัวใจ)

10.)  คนใบหูใหญ่มักร่ำรวยและมีบุญวาสนา  คนใบหูหนาเป็นคนมีศีลธรรม  คนใบหูบางเป็นคนโดดเดี่ยว ไร้บุญวาสนา

11.)  คนที่พูดจาหลายเสียงในการพูดคุยครั้งเดียวกันเป็นคนคบยาก เพราะหาความแน่นอนอะไรไม่ได้

12.)  คนหัวล้านมักจะเจ้าชู้และเจ้าเล่ห์ ซึ่งได้ต้นแบบมาจากขุนช้างในวรรณคดี ทำให้คนโบราณเชื่อว่า คนลักษณะแบบนี้จะมีนิสัยเหมือนขุนช้าง

13.)  เด็กทารกคนใดที่เกิดมาแล้วมีปาน คนโบราณเชื่อว่า ได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง (ชาติที่แล้ว) และถูกป้ายด้วยของตำหนิเอาไว้ หากเป็นปานแดงหมายถึงถูกป้ายด้วยปูนแดง และหากเป็นปานดำหมายถึงถูกป้ายด้วยถ่าน

14.)  ห้ามปลูกต้นไม้ที่วัดปลูกมาแล้ว (เช่น ไปเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดมาปลูกที่บ้าน) เพราะเชื่อกันว่า ต้นไม้ที่ขึ้นตามวัดหรือนำไปปลูกที่วัดเป็นของสูงและสมควรอยู่ในวัด  หากนำมาปลูกที่บ้านจะทำให้บ้านนั้นตกอับ

15.)  ห้ามตัดผมวันพุธ เพราะเชื่อว่าการตัดผมวันพุธจะทำให้เกิดอัปมงคลกับชีวิต เพราะอย่างนี้ ร้านตัดผมหลายร้านมักจะนิยมหยุดทำการในวันพุธ

16.)  หากตาซ้ายกระตุก เชื่อว่ามีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวัง ถ้าตาขวากระตุกถือว่าโชคดี แต่ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน ตาขวากระตุกจะไม่ดี  จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเป็นตาซ้ายกระตุกจะมีโชคลาภจากเพื่อน

17.)  หากสัตว์ป่าเข้าบ้านเชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ ควรจุดธูปเทียน ดอกไม้และเชิญให้ออกจากบ้าน พร้อมกับขอพรให้นำพาสิ่งดีงามมาให้

18.)  ห้ามเผาศพวันศุกร์ เพราะคนโบราณถือว่าการเผาศพในวันศุกร์จะให้ทุกข์กับคนเป็นญาติ เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ เหมาะกับงานมงคลมากกว่า

19.)  ในขณะที่กำลังสางผม หากหวีเกิดหักคาผม จะเกิดเรื่องไม่ดีตามมา ให้นำหวีนั้นทิ้งไปเลย (ซื้อมาเป็นพันเป็นหมื่นก็อย่าเสียดาย) ไม่ให้เก็บไว้ใช้หรือนำไปซ่อมมาใช้ใหม่

20.)  ตอนกลางคืนถ้าได้กลิ่นธูปลอยมา คนโบราณเชื่อกันว่า เป็นวิญญาณของญาติสนิทภายในครอบครัวมาหา

21.)  ผึ้งทำรังในบ้าน เชื่อว่ามีโชค อย่าไปไล่หรือทำลายเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้เกิดความหายนะ เพราะผึ้งเป็นแมลงนำโชคที่ขยันการทำงาน

22.)  การปลูกต้นว่านชี้ชะตาได้ โดยถ้าต้นว่านเจริญงอกงาม ทำนายว่าการค้าจะงอกงาม แต่ถ้าต้นว่านแห้งเ่ยว ทำนายว่าการค้าจะไปไม่รอด

23.)  ก่อนออกจากบ้านให้ตั้งสติและก้าวเท้าขวาออกก่อนเท้าซ้าย จะนำโชคดีมาให้ เพราะเชื่อว่าร่างกายมนุษย์เป็นพลังงานลบที่อ่อนแอกว่าด้านขวา

24.)  หากนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ และเกิดมือชนกันขณะเอื้อมไปตักกับข้าว เชื่อกันว่าจะมีแขกมาเยือนให้เตรียมตัวต้อนรับ

25.)  อย่าเคาะจานข้าว เพราะเชื่อว่าจะเป็นการเรียกวิญญาณที่พเนจร เมื่อได้ยินเสียงเราเคาะจาน ก็จะพากันมาแย่งเรากินข้าว (บางคนกินข้าวจะรู้สึกว่ากินไม่อิ่ม)

26.)  กลางคืนห้ามกวาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเงินกวาดทองที่สะสมมาตั้งแต่ตอนเช้าออกไปหมดซึ่งอาจเป็นได้ว่าเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้าตอนกลางคืนมืดมาก การกวาดบ้านตอนกลางคืนจึงไม่ปลอดภัย

27.)  ไม่ควรมีรูปภาพหรือรูปปั้นยักษ์ประดับตกแต่งบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยและทำให้มีแต่เรื่องเดือดร้อน

28.)  อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับห้องน้ำ เพราะจะทำให้โชคลาภหนีหาย และอย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้าย

29.)  การแบ่งอาหารและน้ำให้แก่สุนัขหรือแมวจรจัดที่หิวโหย หรือการให้ที่พักพิงแก่สัตว์เหล่านี้ในวันฝนตกเป็นอานิสงส์มหาศาล

30.)  อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะจะทำให้อับโชค ขาดเงิน ขาดทอง

31.)  อย่าให้ของขวัญคนรักหรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดี หากมอบให้แล้วจะถือว่าเป็นลางต้องจากกันหรือมีเรื่องทะเลาะกัน

32.)  ถ้าปล่อยให้กระจกในบ้านขุ่นมัว จะทำให้ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรก็ไม่ขึ้น จึงต้องหมั่นเช็ดกระจกสม่ำเสมอ

33.)  วันโกน วันพระวันเกิด และวันเข้าพรรษา ควรงดมีเพศสัมพันธ์ เพราะถือว่าเป็นวันบริสุทธิ์

34.)  หากเดินไปเจอเหรียญตกให้เก็บเป็นเหรียญนำโชค หากมองผ่านเลยไป จะเหมือนเป็นการดูถูกเงินน้อย ทำให้อับโชคในช่วงเวลานั้นๆ  

35.)  การสวมแหวนนิ้วกลางข้างขวา ถือเป็นการเสริมดวงการเงินและบารมี  ส่วนการสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อยถือเป็นการเสริมเสน่ห์และเสริมดวงความรัก

36.)  ห้ามสาวโสดร้องเพลงในครัว เพราะจะทำให้มีแฟนเป็นคนแก่ หรือหาแฟนไม่ได้ แต่ถ้าตำครกเสียงดัง จะมีหนุ่มมาสู่ขอ

37.)  การทำบุณโลงศพอนาถาที่ไร้ญาติ จะเสริมชะตาของเราให้กล้าแข็ง ทำให้ทุกข์และเคราะห์เบาบางลงไปได้

38.)  ควรหมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทำให้เกิดความอับโชคหรือเสื่อมลาภ เสื่อมยศได้

39.)  ในบ้านควรมีไข่และส้มในตะกร้าเสมอ เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน

40.)  ห้ามหญิงมีครรภ์ไปงานศพ เพราะเกรงว่าวิญญาณจะสามารถเข้าไปรบกวนทารกในครรภ์ ทำให้เกิดอันตรายได้

41.)  ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกจะทำให้นอนฝันร้าย ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น

42.)  ถ้าสร้อยคอขาดออกจากคอหรือหลุดออกมา จะมีเหตุให้พบเรื่องร้าย

43.)  ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก เพราะอาจทำให้วิญญาณอิจฉา ลักพาตัวไป

44.)  ห้ามตัดเล็บกลางคืน วิญญาณบรรพบุรุษจะอยู่ไม่เป็นสุข เพราะสมัยก่อนการตัดเล็บจะใช้มีดเจียนหมาก หรือมีดเล็กๆ จึงห้ามตัดเล็บในเวลากลางคืน เพราะอาจะเป็นอันตราย

45.)  จะก้าวขึ้นหรือลงบันได ให้ก้าวทีละก้าวทีละขั้น อย่าก้าวทีเดียวสามชั้น จะทำให้ทำมาหากินไม่สำเร็จ เหมือนไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ให้ค่อนเป็นค่อยไป อย่าทำอะไรที่ให้เกินความสามารถ หรือข้ามขั้นตอน

46.)  ห้ามหญิงท้องไปดูคนคลอดลูกจะทำให้คลอดลูกยาก เพราะหากหญิงมีครรภ์ไปดูคนอื่นคลอดลูกแล้วเห็นภาพอาการเจ็บปวดของการคลอดอาจจะทำให้กลัวและเกิดอาการเสียขวัญ

47.)  โต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกเงา หรือบางกระจกเงาทั้งหลาย ไม่ควรนำมาวางตั้งให้ตรงกับปลายเตียงหัวเยงหรือเหนือเพดาน เพราะจะทำให้หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเพศ นอนหลับไม่สนิท และมักฝันร้ายอยู่บ่อยๆ

48.)  ฝนตั้งเค้า ให้ปักตะไคร้คว่ำลงดินกลางที่โล่งแจ้ง จะทำให้ฝนหยุดตก

49.)  อย่าลูบศรีษะของเด็ก โดยเฉพาะเด็กไทย เพราะศีรษะถือเป็นส่วนศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรให้ใครลูบเล่น

50.)  ฝันว่างูรัด ทำนายว่าคนโสดจะได้พบเนื้อคู่เร็วๆนี้ฝันว่างูกัดทำนายว่าศัตรูเพศตรงข้ามจะคิดร้ายหรือได้รับเคราะห์จะเพื่อนบ้าน

51.)  ฝันเห็นคนตายหรือศพ ทำนายว่าจะได้ลาภจากเสี่ยงโชค

52.)  ฝันว่าฟันหักทำนายว่าจะสูญเสีย โดยถ้าฝันว่าฟันบนหัก ทำนายว่า จะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างฝ่ายบิดา ถ้าฟันล่างหัก ทำนายว่าจะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างมารดา

53.)  ฝันว่าจูบกับคนรัก จะได้รับเคราะห์เล็กๆน้อยๆจากคนใกล้ตัว

54.)  ห้ามฉลองก่อนวันเกิด เพราะอาจหมายถึงการรีบเร่งไปสู่ความตาย

55.)  ภายในบ้านไม่ควรมีประตู 3 บาน ตรงกันหรือเหลื่อมล้ำตรงกันเพียงนิดเดียว เพราะเป็นสัญลักษณ์ของประตูจาก 3 โลก ทำให้วิญญาณเดินผ่านมาได้

56.)  คางคกขึ้นบ้านถือเป็นลางดี แสดงว่าบ้านนั้นกำลังจะมีโชค

57.)  มือซ้ายกระตุก เชื่อว่ามีลางร้ายมีเหตุจะต้องเสียเงินเสียทองมือขวากระตุกเชื่อว่าเป็นลางที่ดีมาก จะได้รับโชคลาภ และอาจได้ลาภลอยจาการเสี่ยงโชค

58.)  ถ้านกในกรงที่เลี้ยงไว้ร้องในเวลากลางคืนเชื่อว่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง

59.)  ผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน ไม่ควรก้าวล้ำไปในวัด เพราะอาจก่อให้เกิดความอัปมงคล

60.)  ความฝันในตอนเช้ามักเป็นความจริง เพราะคนโบราณเชื่อว่าเทวดามาโปรดสัตว์ซึ่งเคยเป็นญาติมิตรของเรานั่นเอง