Archive | 16/07/2013

ห่วงเด็กเล็กโรค”มือ-เท้า-ปาก”ลามกรุง

ที่มา  :  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์updated: 15 ก.ค. 2556 เวลา 15:46:28 น.

 

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคมือเท้าปากกำลังระบาดไปทั่วประเทศ โดยสถิติกองควบคุมโรคระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยแล้วจำนวน 1,676 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยเด็กแรกเกิดถึงอายุ 4 ปี ป่วยมากที่สุด พบร้อยละ 84 รองลงมา 5-9 ปี ร้อยละ 13 และตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป พบร้อยละ 1 ขณะที่สถิติผู้ป่วยของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี 2556 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 มิ.ย. พบผู้ป่วยแล้ว 11,678 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยเด็กอายุ 1 ปีป่วยมากที่สุด พบร้อยละ 31 รองลงมา 2 ปี ร้อยละ 25 และ 3 ปี ร้อยละ 17 พื้นที่ที่พบมากที่สุดได้แก่ ระยอง เชียงราย พะเยา นครสวรรค์ และน่าน

“โรคนี้มักเกิดในเด็กที่มาอยู่รวมกันมากๆ ซึ่งใน กทม.มีโรงเรียนอยู่หลายแห่ง ช่วงนี้มีฝนตก จึงเสี่ยงต่อการระบาดของโรค แม้ กทม.ยังไม่พบการแพร่ระบาด แต่ให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะระบาดขึ้นได้ เพราะเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก” พญ.วันทนีย์กล่าว 

พญ.วันทนีย์กำชับว่า โรงเรียนที่มีเด็กอยู่เป็นจำนวนมากให้ดูแลเรื่องหลักอนามัยให้ถูกต้อง คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ รวมทั้งดูแลความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่า บุตรหลานมีไข้ขึ้นสูง 1-2 วัน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บภายในช่องปากและลำคอ ปวดเมื่อยตามร่างกายคล้ายเป็นหวัด ในปากมีแผลเหมือนเป็นร้อนในและมีผื่นเป็นจุดแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่ก้น รวมถึงหากมีอาการชัก ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

โฆษณา

สพฐ.ปฏิรูปผลิตแม่พิมพ์มืออาชีพแผน5ปี

ที่มา  :  ข่าวสด  ฉบับวันที่ 16 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู โดยให้ความสำคัญกับจำนวนการผลิต ต้องสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ครูใหม่ต้องมีความรู้ สามารถจัดการเรียนการสอนในโลกยุคใหม่ได้ 

ตลอดจนสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) และคุรุสภา เสนอให้สถาบันฝ่ายผลิตควบคุมจำนวนการรับนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี โดยคุรุสภาเตรียมบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนรับ และเกณฑ์ควบคุมคุณภาพ ในปีการศึกษา 2557 นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาการผลิตครูล้นต่อความต้องการนั้น ถือเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตครูร่วมกันอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้สถาบันฝ่ายผลิตได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือนำโครงการครูมืออาชีพมาพิจารณาดำเนินการใหม่ ให้สอดคล้องกับแผนความต้องการและแผนการผลิตครู เนื่องจากโครงการนี้สามารถสร้างครูดีมายกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนได้ ดังนั้นในอนาคต คนที่จะมาเป็นครู สพฐ. สมควรต้องผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ โดยจะต้องปรับจำนวนให้สอดรับกับอัตราส่วนหนึ่งที่กันไว้สำหรับพนักงานราชการและอัตราจ้าง ตลอดจนกลุ่มที่เข้าสอบแข่งขันบรรจุทั่วไป ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์นี้จะต้องบริหารอัตรา โดยวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระบวนการทั้งหลายลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องร่วมกันทำทั้งหมด 

“เราต้องพูดกับมหาวิทยาลัยเรื่องหลักสูตรการผลิตครูด้วย เนื่องจากความต้องการครูในประเทศมีความหลากหลาย เช่น โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. คงไม่ต้องการครูวิชาเอก และสอนได้หลายช่วงชั้น ขณะที่ระดับมัธยมปลาย คงต้องผลิตครูเพื่อสอนวิชาเฉพาะ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ การวางแผนร่วมกันจึงสำคัญมากๆ” นายพิษณุกล่าว