คลังเก็บ

อ๋อยจี้คุรุสภา-กคศ.ประเมินใหม่ผลสัมฤทธิ์ต่ำ

ที่มา  :  www.moe.go.th

โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท 11 – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2556 เรื่อง “การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อนโยบายการพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555

กล่าวว่า การส่งเสริม สนับสนุน ยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพครู เป็นบทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งของคุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครู ซึ่งงานในวันนี้เป็นงานที่คุรุสภาจัดขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจแก่ครูที่มุ่งมั่น คิดค้น พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมสถานศึกษา อันจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยการประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาถึง 9 ปีแล้ว จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ครูได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง และการวิจัยและนวัตกรรมเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอนที่สำคัญ

การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ของการประชุมทางวิชาการของคุรุสภาในปีนี้ เป็นหัวข้อที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากเรายังต้องการการวิจัยและใช้ผลการวิจัยและการพัฒนามาเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา การจะวางนโยบายและแผนได้ดี มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการวิจัยเป็นฐานรองรับ เพราะฉะนั้น การประชุมในหัวข้อดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจที่จะสร้างฐานที่มั่นคงแข็งแรง และเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการนำไปพัฒนาเพิ่มคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู

การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา จะต้องมีการพัฒนากันอีกมาก สิ่งที่ยังขาดอยู่ คือ องค์กรที่จะทำหน้าที่พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ได้มีนโยบายจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาจะมีองค์กรในลักษณะนี้อยู่ เพื่อจะได้รู้ว่าหลักสูตรที่กำหนดออกมาเป็นอย่างไร เด็กเรียนรู้ได้ดีไหม วิชาที่เรียนสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนหรือไม่ และวิธีการสอนของครูเป็นอย่างไร เป็นต้น จึงเป็นเรื่องดีที่คุรุสภามีการส่งเสริมให้เกิดการวิจัย

การพัฒนาวิชาชีพครู มิใช่ทำเพื่อความมั่นคงของอาชีพครูหรือเพื่อความก้าวหน้าของผู้ที่เป็นครูเท่านั้น แต่เป็นการจัดการศึกษาได้ดีขึ้น เพื่อทำให้เด็กมีการพัฒนาที่ดีและเพื่อให้เกิดการพัฒนากำลังคนซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นการพัฒนาวิชาชีพครู จึงต้องโยงกับการยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการยกระดับคุณภาพการศึกษา เริ่มจากการที่ประเทศกำลังต้องการการพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันที่กำลังผันผวนครั้งใหญ่จากวิกฤตของเศรษฐกิจโลกและการปรับตัวของประเทศต่างๆ ซึ่งถือเป็นความจำเป็นในการพัฒนาคน

ขณะเดียวกัน โลกมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการพัฒนาทุกด้าน รวมทั้งการพัฒนาคนและการเรียนการสอน ครูจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปฏิรูปหรือยกระดับคุณภาพการศึกษา คุณลักษณะของคนอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจากที่ได้มีการหารือมาระยะหนึ่งแล้ว คือ ต้องการให้ผู้เรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น รู้จักเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักแก้ปัญหา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิรูปการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กไปสู่คุณลักษณะดังกล่าว การทำให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาต่างๆ ดีกว่าที่เป็นอยู่ โดยอาศัยการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐานและเชื่อมโยงกับหลักสูตร ดังที่ได้มอบนโยบายไว้ว่า จะต้องปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนและให้เชื่อมโยงกับการทดสอบวัดผลประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งระบบเชื่อมโยงกัน ในการเรียนหลายระดับชั้นยังไม่มีการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐาน ในวิชาภาษาไทย ก็ไม่มีการทดสอบวัดผลที่ถูกต้องตามหลักวิชาที่จะวัดสมรรถนะทางภาษาเหมือนอย่างที่ประเทศต่างๆ ใช้วัดสมรรถนะทางภาษา จึงจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐานหรือการทดสอบกลาง

ในส่วนของการให้ผู้เรียนเรียนรู้ในยุค ICT ที่กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนในยุคนี้ก็ต้องเปลี่ยน เนื่องจากผู้เรียนสามารถหาความรู้ได้เองอย่างไม่จำกัด หากมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวก ซึ่งต้องมาดูที่หลักสูตรว่าผู้เรียนควรรู้และเรียนอะไรบ้าง ขณะเดียวกันเมื่อผู้เรียนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวก การเรียนการสอนแบบเดิมจะไม่สอดคล้องกัน เพราะผู้เรียนอาจจะหาคำตอบจากคำถามของครูได้ แต่อาจจะไม่เข้าใจหรือคิดไม่ได้ว่าคำตอบที่ได้มาต้องการสื่อถึงอะไร การเรียนการสอนในโลกยุคอินเทอร์เน็ตจะต้องเปลี่ยนแปลง และมีวิธีการสอนอีกมากมายที่เกิดจากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือแอพลิเคชั่น ซึ่งก็ได้มีครูในโรงเรียนบางแห่งเริ่มใช้เพื่อพัฒนาในการเรียนการสอนแล้ว

แนวคิดอีกอย่างที่ได้มีการรวบรวมกันมา คือ การอบรมพัฒนาครูโดยอาศัย ICT ซึ่งต้องคำนึงว่าจะทำได้ผลมากแค่ไหน ต้องมีการช่วยกันคิด ครูสามารถเรียนรู้จากวีดิทัศน์ที่บันทึกไว้ใน YouTube หรือแอพลิเคชั่นบางอย่าง เมื่อมีใครต้องการจะศึกษาก็สามารถเข้าไปดูได้ หรืออาจจะทำเป็นระบบปิด เช่น ระบบที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ แยกเป็นรายวิชาเพื่อใช้สำหรับการเรียนวิชาต่างๆ นอกจากนี้ อาจจะจัดการเรียนแบบใหม่ เรียกว่า “Flip the Classroom”คือ การนำเรื่องที่เด็กต้องทำเป็นการบ้าน มาทำในห้องเรียน แล้วนำเรื่องที่เคยทำในห้องเรียนกลับไปทำที่บ้าน หมายความว่าให้เด็กไปดูวีดิทัศน์ อ่านหนังสือ หรือเข้าอินเทอร์เน็ต ดูเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มาจากบ้าน เมื่อถึงห้องเรียน ครูก็ตั้งคำถามและให้เด็กแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน การเรียนการสอนดังกล่าว มีคนถ่ายวีดิทัศน์ แล้วนำลงอินเทอร์เน็ต อาจจะเชิญชวนครูให้มาดูพร้อมๆ กัน ดังนั้น การพัฒนาครูในเรื่องเทคนิคการเรียนการสอน หากใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย จะทำให้เราสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาครูเพื่อยกระดับการศึกษาของผู้เรียน จึงเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย

คุรุสภา ในฐานะสภาวิชาชีพ ก็ต้องดูแลรักษาคุณภาพมาตรฐาน จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพครู แต่ที่ต้องการจะฝาก คือ การพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา สิ่งที่ต้องช่วยกันแก้ไข คือ จะทำอย่างไรให้การพัฒนาวิชาชีพครูมีการคำนึงเรื่องครูขาดแคลน ซึ่งได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.ไปดูว่าจะเกลี่ยอย่างไร ในเรื่องของการผลิตและการรับครู พร้อมทั้งได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งต้องให้คุรุสภามีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้วย นอกจากนี้การกำหนดกติกาในการพัฒนาวิชาชีพ หากเคร่งครัดเกินไป ก็จะกลายเป็นปิดกั้นโอกาสที่จะหาครูมาสอน เพราะในปัจจุบันครูอาชีวศึกษาขาดแคลนอย่างมาก ขณะนี้มีการจ้างครูอัตราจ้างมากกว่าครูที่เป็นข้าราชการ หากสถานศึกษาไม่สามารถจ้างวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญมาสอนได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู หากผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่มีความรู้ทางด้านนั้นน้อยมาก ก็ไม่สามารถสอนคนให้เป็นช่างที่มีความสามารถได้ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และจะมีผู้สนใจจะสอนภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่ระบบของอาชีพครูเป็นระบบปิด คือ มีการวางระบบเหมือนจะปกป้องอาชีพนี้ไม่ให้ผู้อื่นมาเป็นได้ง่าย เพื่อความมั่นคงของวิชาชีพ แต่กลายเป็นไปว่าเราต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ โดยต้องมีครูและเป็นครูด้านที่ขาดแคลน

ก.ค.ศ.กับคุรุสภามีหลักเกณฑ์ที่ลักลั่นกันอยู่ ก.ค.ศ.อนุญาตให้ทำได้ แต่ติดหลักเกณฑ์ของคุรุสภา ทำให้ไม่สามารถทำได้ หน่วยงานทั้งสองจึงจำเป็นจะต้องมีการพูดคุยกัน โดยเฉพาะการประเมินวิทยฐานะหรือการพัฒนาวิชาชีพที่โยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนและโรงเรียน จากการสำรวจพบว่ามีความเชื่อมโยงกันน้อยมาก และพบว่า   ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาหลายแห่งมีความก้าวหน้าขึ้น   มีวิทยฐานะ เงินเดือน  รายได้สูงขึ้น  แต่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในสถานศึกษานั้นแย่มาก  จึงมอบหมายให้ ก.ค.ศ.และคุรุสภาช่วยกันคิดวิธีประเมินวิทยฐานะที่เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วย

รมว.ศธ.ย้ำว่า การพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยเป็นหัวข้อที่ดี เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการร่วมกันคิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู โดยอาศัยการวิจัยต่างๆ เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้ดี ก้าวหน้าและมั่นคงขึ้นไป อย่างน้อยแล้ว ต้องถือว่าจุดมุ่งหมายอันดับแรกในการพัฒนาวิชาชีพครู คือ เพื่อพัฒนาคน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น และจะได้พัฒนากำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งจะเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูที่มีความหมายที่สุด

โอกาสนี้ รมว.ศธ.ได้มอบรางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา “ผลงานวิจัยระดับภูมิภาค” และชมนิทรรศการต่างๆ เช่น นิทรรศการสารานุกรมวิชาชีพครูเฉลิมพระเกียรติฯ, นิทรรศการผลงาน หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม จำนวน 80 ผลงาน, นิทรรศการผลงานวิจัยภาคแผ่นป้ายนิทรรศการ จำนวน 30 ผลงาน, ร้านค้าสวัสดิการคุรุสภา เป็นต้น

สพฐ.แจงครูอบรมธรรมกายพัฒนาอีคิว

ที่มา  :   ข่าวสด   ฉบับวันที่ 27 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

             นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวชี้แจงกรณีข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้องเรียนกับมูลนิธิแห่งหนึ่งว่า  ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งให้เข้าร่วมกิจกรรม  “การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม โครงการโรงเรียนในฝัน รุ่นครูทั้งโรงเรียน”      ซึ่งเป็นการอบรมจริยธรรมกับเครือข่าย วัดพระธรรมกาย ว่า  โครงการนี้สพฐ.จัดร่วมกับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ  และมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเพื่อศีลธรรม  จึงไม่ใช่การจัดร่วมกับวัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการอบรมปฏิบัติธรรมที่วัด สำนัก หรือศูนย์ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 52 แห่ง

        ส่วนวัตถุประสงค์หลักนั้น  เนื่องจากสพฐ.ต้องการเปลี่ยนแนวคิด จากเดิมที่โรงเรียนหนึ่งมีครูแค่ 1 คนรับผิดชอบ เป็นเน้นให้ครูทุกคนมีบทบาทในการส่งเสริมศีลธรรม 

          เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้ารับการอบรมว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ฉะนั้นก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไร  ควรเข้าร่วมกิจกรรมก่อน  แล้วค่อยนำข้อเท็จจริงจากผลการอบรมมาวิจารณ์  ถึงจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่านี้   ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีการสั่งการให้ปิดการเรียนการสอนเพื่อให้ครูมาเข้าร่วมโครงการนั้น ขอชี้แจงว่า  เป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  ต้องหารือถึงความเหมาะสม แต่หากพบปัญหาติดขัด ก็ต้องไปปรับเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน 

“ยืนยันว่าโครงการนี้ เน้นพัฒนาให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีอีคิว  ตลอดจนพฤติกรรมความประพฤติที่พึงประสง ค์ แต่ที่ผ่านมา เรามักจะโยน ความรับผิดชอบให้ครูเพียงคนเดียว  ซึ่งสุดท้ายแล้วจึงไม่มีพลังที่จะแก้ไขปัญหา  แต่หากเป็นครูทั้งโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงที่สพฐ.คาดหวังคงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก”  นายชินภัทรกล่าว

หลักเกณฑ์ใหม่สอบครูผู้ช่วย ว12

ที่มา  :  เดลินิวส์  

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ลงนามในหนังสือหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือ มีเหตุพิเศษ หรือ ว12 ใหม่ โดยกำหนดให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้งเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกครูผู้ช่วย ว12 แทนการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการ 

แหล่งข่าว แจ้งด้วยว่า หลักเกณฑ์การตัดสิน ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนแต่ละภาค ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และหากพบว่าการดำเนินการคัดเลือก มีการทุจริตหรือส่อไปในทางไม่สุจริต หรือดำเนินการผิดพลาดอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ให้ผู้ดำเนินการคัดเลือกพิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกการ คัดเลือกในครั้งนั้นได้ ทั้งนี้ การสอบคัดเลือกจะแบ่งเป็น ภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัย คุณธรรม จริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา คะแนนเต็ม 150 คะแนน ให้คัดเลือกด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง คะแนนเต็ม 150 คะแนน ให้คัดเลือกด้วยวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัย และภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ คะแนนเต็ม 50 คะแนน ให้ประเมินด้วยวิธีการสัมภาษณ์ สังเกต ตรวจสอบเอกสาร หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม 

ด้านนางรัตนา กล่าวว่า การปรับหลักเกณฑ์ใหม่นี้ เพื่อให้อำนาจ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯในการสอบ แต่การสอบจะต้องสอบพร้อมกัน โดยให้ สพฐ.กำหนดปฏิทินเพื่อรับสมัครและสอบพร้อมกันทั่วประเทศ โดยหลักเกณฑ์นี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา. 

โครงการ”ตามรอยเกียรติยศครูฯ”8/2557

ที่มา  :  www.obec.go.th

โครงการตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู

ครั้งที่ 8 พ.ศ.2557

สพฐ.ปฏิรูปผลิตแม่พิมพ์มืออาชีพแผน5ปี

ที่มา  :  ข่าวสด  ฉบับวันที่ 16 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู โดยให้ความสำคัญกับจำนวนการผลิต ต้องสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ครูใหม่ต้องมีความรู้ สามารถจัดการเรียนการสอนในโลกยุคใหม่ได้ 

ตลอดจนสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) และคุรุสภา เสนอให้สถาบันฝ่ายผลิตควบคุมจำนวนการรับนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี โดยคุรุสภาเตรียมบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนรับ และเกณฑ์ควบคุมคุณภาพ ในปีการศึกษา 2557 นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาการผลิตครูล้นต่อความต้องการนั้น ถือเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตครูร่วมกันอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้สถาบันฝ่ายผลิตได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือนำโครงการครูมืออาชีพมาพิจารณาดำเนินการใหม่ ให้สอดคล้องกับแผนความต้องการและแผนการผลิตครู เนื่องจากโครงการนี้สามารถสร้างครูดีมายกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนได้ ดังนั้นในอนาคต คนที่จะมาเป็นครู สพฐ. สมควรต้องผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ โดยจะต้องปรับจำนวนให้สอดรับกับอัตราส่วนหนึ่งที่กันไว้สำหรับพนักงานราชการและอัตราจ้าง ตลอดจนกลุ่มที่เข้าสอบแข่งขันบรรจุทั่วไป ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์นี้จะต้องบริหารอัตรา โดยวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระบวนการทั้งหลายลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องร่วมกันทำทั้งหมด 

“เราต้องพูดกับมหาวิทยาลัยเรื่องหลักสูตรการผลิตครูด้วย เนื่องจากความต้องการครูในประเทศมีความหลากหลาย เช่น โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. คงไม่ต้องการครูวิชาเอก และสอนได้หลายช่วงชั้น ขณะที่ระดับมัธยมปลาย คงต้องผลิตครูเพื่อสอนวิชาเฉพาะ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ การวางแผนร่วมกันจึงสำคัญมากๆ” นายพิษณุกล่าว 

 

DSIแนะศธ.ถอนครูผู้ช่วย 344รายทุจริตชัด

ที่มา   :  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2556

“ธาริต”ส่งหนังสือถึงสพฐ.สั่งให้เพิกถอนการบรรจุ 344 คน ทุจริตสอบครูผู้ช่วย แนะให้รีบเข้าพบพนักงานสอบสวนด่วน ด้าน “พงศ์เทพ” หารือ ก.ค.ศ. หาข้อสรุปโทษทางวินัย 17 พ.ค.นี้

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า วันนี้ (15 พ.ค.) นายอำพร ทวรรณกุล ผอ.โรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ จ.นครราชสีมา และนายสุเชาว์ ยะถีโล ครูผู้ช่วยโรงเรียนกงรถราษฎร์สามัคคี จ.นครราชสีมา เข้ารับทราบข้อกล่าวหา สำหรับนายอำพรได้แจ้งข้อหากระทำผิดตามมาตรา 188 กรณีเอาเอกสารข้อสอบไปจำหน่ายและเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ สพฐ. ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยนายอำพรยังให้การปฏิเสธและได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมบางส่วน ทั้งนี้แม้จะแจ้งข้อกล่าวหาแล้วแต่เนื่องจากนายอำพรเป็นข้าราชการพนักงานสอบสวนจึงให้ปล่อยตัว ซึ่งหลังจากนี้จะรวบรวมสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป

อย่างไรก็ตามดีเอสไอยืนยันว่าขณะนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนว่านายอำพรมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำข้อสอบออกมาขาย โดยพบว่ามีรายชื่อผู้สอบได้คะแนนสูงในพื้นที่จ.นครราชสีมา จำนวนมากถึง 48 ราย ในจำนวนนี้ 7-8 ราย ให้การยืนยันว่าซื้อข้อสอบมาจากนายอำพร ดังนั้น ดีเอสไอจะเรียกผู้เข้าสอบทั้ง 48 คนที่ได้คะแนนสูงในพื้นที่นครราชสีมาเข้าให้ปากคำ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอมีหนังสือถึงคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 119 เขต เพื่อให้พิจารณาดำเนินการยกเลิกการบรรจุบุคคล จำนวน 344 ราย โดยเห็นว่าบุคคลดังกล่าวกระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ โดยทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ ทั้งนี้ดีเอสไอจะได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อมีความเห็นทางคดี

นอกจากนี้ จะได้มีหนังสือเรียกผู้ที่เข้าสอบ จำนวน 344 ราย มาให้การต่อไป หากให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนจะกันไว้เป็นพยาน เช่น ซื้อเฉลยคำตอบจากใคร จ่ายเงินเท่าไร พาไปชี้ที่เกิดเหตุและเชื่อมโยงถึงตัวผู้บงการได้ แนะนำให้รีบเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงออกถึงการร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากล่าช้าดีเอสไอไม่จำเป็นต้องกันตัวไว้เป็นพยาน และจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุด นอกจากนี้ขอแนะนำให้รีบลาออกก่อนถูกเพิกถอนการบรรจุ เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินการทางวินัย ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะขออนุมัติออกหมายจับบุคคลที่อยู่ในขบวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วยด้วย

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะมีมติหรือคำแนะนำอย่างไรไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ในเรื่องของโทษทางกฎหมายนั้นดีเอสไอมีหน้าที่ในการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายซึ่งเป็นคดีอาญา ส่วนหน้าที่ของ ศธ.จะต้องดูว่าหากมีความผิดจริงจะมีโทษทางวินัยสถานใด ซึ่งจากข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอที่ผ่านรวมข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ค่อนข้างชัดเจนว่ามีกระบวนการทุจริตจริง

โนเกียเปิด WhatsApp Phone 2,100บ.

ที่มา  :   slashgear.com

โนเกียเปิดตัวโทรศัพท์แบบ QWERTY รุ่นใหม่ โดยเป็นโทรศัพท์ราคาถูกตระกูล Asha โทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ใช้ชื่อรุ่นว่า Asha 210 เป็นมือถือสไตล์แคนดี้บาร์ มีจุดเด่นที่สามารถเล่น WhatsApp ได้ฟรี (ไม่เสียค่าแอพฯ แต่เสียค่าใช้บริการอินเตอร์เน็ตนะ) โดย Asha 210 จะมี 2 รุ่นคือแบบ 1 ซิม และ 2 ซิม

Nokia-Asha-210-Yellow_DualSIM_Whatsapp-580x489Nokia-Asha-210_Yellow_SingleSIM_Self_Portrait-566x500

จุดเด่นของโทรศัพท์รุ่นนี้คือ  มีปุ่ม WhatsApp ให้มาบนเครื่องเลย กดเพื่อแชทได้ตลอดเวลา และผนวก WhatsApp เข้าไปในสมุดโทรศัพท์ของ Asha 210 เอาไว้ให้ด้วย

อย่างอื่นที่น่าสนใจก็มี Wi-Fi,  กล้องหลัง 2MP  ไม่มีกล้องหน้า  ไม่รองรับ 3G  ใช้งานได้แค่ GPRS/EDGE  มีแอพฯอย่าง Facebook, Twitter, Gmail และ Youtube มาให้ด้วย     

โนเกียจะวางขายในไตรมาศ 2 ปีนี้ ในราคา $72 คิดเป็นเงินไทยก็เกือบๆ 2,100 บาท