Tag Archive | ขาดแคลน

แนะนร.เลือกสาขาถนัด-ขาดแคลนไม่ตกงาน

ที่มา  :   เดลินิวส์  วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2556 เวลา 14:50 น.

          เมื่อวันที่  7ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นายพงศ์เทพ   เทพกาญจนา  รมว.ศึกษาธิการ  กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง  ”ผลกระทบของประชาคมอาเซียน(AEC) ต่อระบบการศึกษาไทย”  ในงานสัมมนาทางวิชาการของครูและอาจารย์แนะแนวทั่วประเทศ ประจำปี 2556   ว่า  ส่วนตัวเห็นว่านักเรียนได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากการเปิดประชาคมอาเซียน   แต่ฝากครูแนะแนวช่วยศึกษาว่ามีกฎหมายอื่น ๆที่มีผลกระทบต่อนักเรียนจากการเปิดประชาคมอาเซียนด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้แนะนำให้กับนักเรียน ได้ทราบ    และสิ่งสำคัญที่ครูและอาจารย์แนะแนวจะต้องแนะนำกับนักเรียนคือการเลือกเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในสาขาที่นักเรียนถนัด  เป็นสาขาที่ประเทศขาดแคลนและเป็นความต้องการของประเทศด้วย เพื่อที่บัณฑิตจบออกมาจะได้้ไม่ตกงานเหมือนปัจจุบันนี้  อีกทั้งยังทำงานไม่ตรงสาขาที่เรียนมาทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางการศึกษา   โดยจะต้องเน้นให้นักเรียนได้เรียนด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น   เช่น  สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์   สาขาคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

นายพงศ์เทพ  กล่าวต่อไปว่า   การเปิดประชาคมอาเซียนนั้นจะทำให้มีบริษัทหรือผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น  ซึ่งอาจจะทำให้ความต้องการแรงงานในประเทศน้อยลง แต่ตนเชื่อมั่นว่าแม้สถานประกอบการจะไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ยังต้องการบัณฑิตไทยที่มีคุณภาพ เพื่อไปทำงานให้ เพราะมั่นใจในคนไทยด้วยกันเอง    ดังนั้นมหาวิทยาลัยยังจำเป็นจะต้องผลิตบัณฑิตในสาขาที่ขาดแคลน และสถานประกอบการต้องการมากขึ้น ไม่ใช่ผลิตเฉพาะสาขาที่ตนถนัด และจบออกมาไม่มีงานทำ   นอกจากนี้การผลิตบัณฑิตนั้นไม่ใช่ผลิตออกไปเป็นลูกจ้างอย่างเดียว แต่จะต้องผลิตออกไปเป็นผู้ประกอบการด้วย   เพราะรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่มากขึ้น   โดยมีโครงการ กองทุนตั้งตัวได้สนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่  เน้นไปที่กลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่เกิน 5 ปี   เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

 

พงศ์เทพชี้ครูล้น-คณิตศาสตร์ขาดแคลน

ที่มา   :  ASTVผู้จัดการออนไลน์   23 ธันวาคม 2555

เด็กจบครูล้น “พงศ์เทพ” ฝากราชภัฏผลิตให้ตรงความต้องการ

เด็กจบครูล้น “พงศ์เทพ” ฝากราชภัฏผลิตคนดูความต้องการของประเทศ ระบุอธิการ มรภ.เสนอให้ประกาศจำนวนที่ต้องการแต่ละปีให้ชัดเพื่อวางแผนผลิตให้สอดคล้อง พร้อมแนะ มรภ.จ้างคนให้ดูความจำเป็นและใช้ทรัพยากรที่มีให้คุ้มค่า เหตุรัฐแบกรับภาระสูง 

วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มี รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พระนคร ในฐานะประธานให้การต้อนรับว่า ได้ฝากให้อธิการ มรภ.ทั้ง 40 แห่งไปดูแลเรื่องการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตและการผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ โดยเฉพาะสาขาด้านวิทยาศาสตร์ประเทศไทยขาดแคลนมาก แต่ในขณะที่บางสาขาผลิตบัณฑิตออกมาล้นกว่าตำแหน่งงานที่จะรองรับได้ ทำให้เด็กจบมาไม่มีงานทำ โดยเฉพาะผู้ที่จบสาขาศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เวลานี้มีจำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อธิการ มรภ.ได้เสนอว่าอยากให้มีการประกาศจำนวนตัวเลขความต้องการบัณฑิตที่จบสาขาดังกล่าวที่ชัดเจนว่าในแต่ละปีต้องการเท่าไร โดยเฉพาะที่จะเข้าสู่โรงเรียนการศึกษาพื้นฐานเพื่อที่จะได้ผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องต่อความต้องการ 

นอกจากนี้ ได้ฝากให้ มรภ.ไปพิจารณาเรื่องการจ้างบุคลากรเพิ่มเติม เพราะเวลานี้รัฐบาลแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงมาก จึงต้องการให้การรับหรือบรรจุจะต้องคำนึงถึงความจำเป็นและมีเหตุผลจริง ขณะเดียวกันหากทรัพยากรใดที่มีอยู่แล้วก็ควรจะนำมาใช้ร่วมกันให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งนี้ ได้ฝากเรื่องการเก็บค่าบำรุงการศึกษาในหลักสูตรพิเศษด้วยว่าควรอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลไม่แพงจนมากเกินไป รวมทั้งขอให้ไปดูเรื่องงานวิจัย เพราะในขณะที่มหาวิทยาลัยต้องการงบประมาณวิจัยเพิ่มขึ้นแต่กลับไม่มีผลงานวิจัยที่จะสามารถนำไปต่อยอดและเป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตร ภาคการผลิต ภาคเศรษฐกิจที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ แต่หากสามารถสร้างงานวิจัยขึ้นมาใหม่หรือย้อนไปนำงานวิจัยที่มีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์ได้ก็จะเป็นโอกาสที่ดีกว่า 

“ในเรื่องบุคลากรนั้นยังได้รับทราบปัญหาว่าใน มรภ.บางแห่งโดยเฉพาะ มรภ.ขนาดเล็กกำลังประสบปัญหาไม่สามารถดึงตัวบุคลากรของตนเองไว้ในระบบไม่ได้ เพราะบางรายพอได้รับการพัฒนาก็มักจะถูกสถาบันอื่นหยิบชิ้นปลามันไป หรือบางคนก็ตัดสินใจลาออกเพื่อไปราชการ เป็นต้น” นายพงศ์เทพกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่งต้องการขอออกนอกระบบ ซึ่งบางแห่งเรื่องอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วตนก็ยินดีจะช่วยผลักดันให้ 

 

 

ขาดครู2แสน สพฐ.สอบพิเศษ1.2พันอ.

สพฐ.สอบบรรจุพิเศษ1.2พันอัตรา-ให้สิทธิ์เอกบริหาร-ท่องเที่ยว

ที่มา  :  สยามรัฐ  

  เมื่อวันที่ 26 ก.ย.55 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับเพิ่มกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเพิ่มเติ่ม ในปีงบประมาณ2556-2559 ซึ่งได้มีการเสนอให้ปรับเพิ่มอัตรากำลังอีก จำนวน 2,940 อัตรา โดยเพิ่มในกรอบอัตราพนักงานราชการกลุ่มงานบริหารทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน จากกรอบอัตรากำลังที่กำหนดไว้เดิม 20,183 อัตรา ทำให้มีกรอบอัตรากำลังกลุ่มดังกล่าว รวม 23,123 อัตรา จำแนกเป็นอัตรากำลังที่ทดแทนลูกจ้างประจำที่มีลักษณะที่ไม่ใช่งานจ้าง เหมาบริการ 425 อัตรา และทดแทนลูกจ้างชั่วคราว 22,698 อัตรา

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่จะมีข้าราชการครูในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.เกษียณอายุราชการปกติ และเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือระหว่างปี 2555-2565 เป็นจำนวนมากนั้น เป็นเรื่องของนโยบายว่าจะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด สพฐ.ได้ประเมินพบว่าจะมีข้าราชการครูในสังกัดหาย ไปประมาณ 200,000 แสนกว่าคน จากจำนวนทั้งหมดในปัจจุบัน ประมาณ 4.3 แสนกว่าคน

“เรื่องนี้ถือเป็นวิกฤตการณ์ในอนาคต ที่จะต้องมีนโยบายว่าจะบริหารจัดการอย่างไร และคิดว่าคงไม่สามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบปกติอย่างที่เคยทำ โดยใช้วิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการครูเข้ามาทดแทน ต้องใช้ระยะเวลานาน กว่าที่ข้าราชการครูจะสั่งสมประสบการณ์จนกระทั่งมีคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน” นายชินภัทร กล่าว

ด้านนายไกร เกษทัน ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.กำลังขอข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ว่าต้องการอัตรากำลังในสาขาวิชาเอกใด เพื่อพิจารณากำหนดการสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ในกรณีพิเศษและเหตุจำเป็น ว12 ประมาณ 1,200 อัตรา โดยผู้มีสิทธิ์สอบนั้นต้องเป็นกลุ่มครูอัตราจ้างสอนที่ปฏิบัติหน้าที่มาไม่น้อยกว่า 3 ปี และเปิดโอกาสให้ไปสอบคัดเลือกลงในเขตพื้นที่การศึกษาใดก็ได้ ที่ได้รับการจัดสรรอัตราสอบคราวนี้ ส่วนวิชาเอก ที่เปิดสอบนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบการศึกษาในสาขาบริหารธุรกิจ บริหารการท่องเที่ยว ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีสิทธิ์สอบด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา มีการเรียกร้องจากกลุ่มนี้ที่ปฏิบัติการสอนอยู่ในสถานศึกษา โดยปัจจุบันมีผู้ที่จบในสองสาขาวิชาเอกนี้ประมาณ 2 พันคน

“ส่วนการสอบนั้นจะใช้แนวทางเดียวกับการสอบครูผู้ช่วย ที่ผ่านมา คือจะมีข้อสอบส่วนกลางไปให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการสอบในภาค ก และ ข  ทั้งนี้ สพฐ.จะเร่งทำรายละเอียดแล้วจะเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบต่อไป และคาดว่าจะดำเนินการรับสมัครและสอบได้ในช่วงปิดภาคเรียน เดือน ต.ค.นี้” ผอ.สพร. กล่าว

สพฐ.ต่อจ้าง6.5หมื่นอ.งบ56

สพฐ.อนุมัติต่อสัญญาจ้าง 6.5 หมื่นอัตราปีงบประมาณ 2556

ที่มา  :  มติชนรายวัน  19 กันยายน  2555  และ   kruwandee.com

“นายอนันต์ ระงับทุกข์” รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ได้ทำหนังสือที่ ศธ. 04006/2048 แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกเขต ว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ที่จะประกาศ ใช้บังคับในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณเพื่อจ้างบุคลากรปฏิบัติงานให้ราชการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2555 โดยจะจัดสรรงบประมาณปี 2556 ให้เขตพื้นที่การศึกษาต่อสัญญาจ้างรายเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยการต่อสัญญาจ้างนี้ จะต่อสัญญาให้แก่บุคลากรปฏิบัติงานกลุ่มต่างๆ อาทิ ครูอัตราจ้าง บุคลากร พนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว เป็นต้น จำนวน 65,103 อัตรา ประกอบด้วย 

 1.แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผู้จบการศึกษาภาคบังคับ จำนวน 14,305 อัตรา ได้แก่

      ครูรายเดือนแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา

      นักการภารโรง 4,600 อัตรา
  บุคลากรที่ขาดแคลนบุคลากรในเขตที่ขาดแคลนบุคลากร 1,311 อัตรา
  ครูและบุคลากรในโรงเรียนตามพระราชดำริ 214 อัตรา

 2.โครงการครูคืนถิ่นให้นักเรียน 39,496 อัตรา ได้แก่

     ครูธุรการ 14,532 อัตรา

       นักการภารโรง 8,745 อัตรา
  ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 15,860 อัตรา
  ครูดูแลนักเรียนประจำพักนอน 164 อัตรา
  เจ้าหน้าที่ ประจำห้องวิทยาศาสตร์ 195 อัตรา

 3.โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

       ครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3,972 อัตรา

 4.โครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2,040 อัตรา ได้แก่

       วิทยากรสอนอิสลามศึกษา 1,340 อัตรา
  พนักงานรักษาความปลอดภัย 700 อัตรา และ

 5.โครงการพัฒนาครูทั้งระบบ จ้างครูสาขาขาดแคลน 5,290 อัตรา โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาต่อสัญญาจ้างตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

 นอกจากการต่อสัญญาจ้างดังกล่าวแล้ว เร็วๆ นี้ ยังมีข่าวดีตามมาอีก ที่ นายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ระบุว่าจะจัดสรรอัตราเกษียณอายุราชการปกติ ปีงบประมาณ 2554 บางส่วนที่คณะ กรรมการกำหนดเป้าหมายและกำลังคน ภาครัฐ (คปร.) คืนมาให้ สพฐ. 3,913 อัตรา นำไปสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ และเหตุจำเป็น ว12 เช่น กลุ่มพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำด้วย คาดว่าจะกำหนดอัตรากำลัง และปฏิทินการสอบคัดเลือกได้เร็วๆ นี้

 ส่วนเพื่อนครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็มีข่าวที่น่ายินดีเช่นกัน จากการออกมาเปิดเผยของ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ระบุว่า “นาย สุชาติ ธาดาธำรงเวช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติเปลี่ยนสถานภาพลูกจ้างชั่วคราว เป็นพนักงานราชการสังกัด สอศ. 19,998 อัตรา ประกอบด้วย พนักงานราชการทั่วไปสายผู้สอน 8,595 อัตรา และพนักงานราชการทั่วไปสายสนับสนุน 11,403 อัตรา รวม 19,998 อัตรา

 “การขออนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการดังกล่าว เป็นการขอเพิ่มเติมจากกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการรอบที่ 3 ปีงบประมาณ 2556-2559 ที่ได้ขออนุมัติไว้แล้ว 5,310 อัตรา เนื่องจากจำนวนกรอบอัตรากำลังที่ขอไป อยู่บนฐานอัตรากำลังพนักงานราชการเดิม รอบที่ 2 ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้นของสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทุกแห่ง และทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนกำลังคนเป็นจำนวนมาก” นายชัยพฤกษ์กล่าวทิ้งท้าย   นับเป็นข่าวดีๆ ของเพื่อนครูในยามนี้