Tag Archive | คุรุสภา

อ๋อยจี้คุรุสภา-กคศ.ประเมินใหม่ผลสัมฤทธิ์ต่ำ

ที่มา  :  www.moe.go.th

โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท 11 – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2556 เรื่อง “การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อนโยบายการพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555

กล่าวว่า การส่งเสริม สนับสนุน ยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพครู เป็นบทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งของคุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครู ซึ่งงานในวันนี้เป็นงานที่คุรุสภาจัดขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจแก่ครูที่มุ่งมั่น คิดค้น พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมสถานศึกษา อันจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยการประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาถึง 9 ปีแล้ว จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ครูได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง และการวิจัยและนวัตกรรมเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอนที่สำคัญ

การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ของการประชุมทางวิชาการของคุรุสภาในปีนี้ เป็นหัวข้อที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากเรายังต้องการการวิจัยและใช้ผลการวิจัยและการพัฒนามาเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา การจะวางนโยบายและแผนได้ดี มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการวิจัยเป็นฐานรองรับ เพราะฉะนั้น การประชุมในหัวข้อดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจที่จะสร้างฐานที่มั่นคงแข็งแรง และเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการนำไปพัฒนาเพิ่มคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู

การวิจัยเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา จะต้องมีการพัฒนากันอีกมาก สิ่งที่ยังขาดอยู่ คือ องค์กรที่จะทำหน้าที่พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ได้มีนโยบายจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาจะมีองค์กรในลักษณะนี้อยู่ เพื่อจะได้รู้ว่าหลักสูตรที่กำหนดออกมาเป็นอย่างไร เด็กเรียนรู้ได้ดีไหม วิชาที่เรียนสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนหรือไม่ และวิธีการสอนของครูเป็นอย่างไร เป็นต้น จึงเป็นเรื่องดีที่คุรุสภามีการส่งเสริมให้เกิดการวิจัย

การพัฒนาวิชาชีพครู มิใช่ทำเพื่อความมั่นคงของอาชีพครูหรือเพื่อความก้าวหน้าของผู้ที่เป็นครูเท่านั้น แต่เป็นการจัดการศึกษาได้ดีขึ้น เพื่อทำให้เด็กมีการพัฒนาที่ดีและเพื่อให้เกิดการพัฒนากำลังคนซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นการพัฒนาวิชาชีพครู จึงต้องโยงกับการยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการยกระดับคุณภาพการศึกษา เริ่มจากการที่ประเทศกำลังต้องการการพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันที่กำลังผันผวนครั้งใหญ่จากวิกฤตของเศรษฐกิจโลกและการปรับตัวของประเทศต่างๆ ซึ่งถือเป็นความจำเป็นในการพัฒนาคน

ขณะเดียวกัน โลกมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการพัฒนาทุกด้าน รวมทั้งการพัฒนาคนและการเรียนการสอน ครูจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปฏิรูปหรือยกระดับคุณภาพการศึกษา คุณลักษณะของคนอันพึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจากที่ได้มีการหารือมาระยะหนึ่งแล้ว คือ ต้องการให้ผู้เรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น รู้จักเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักแก้ปัญหา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิรูปการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กไปสู่คุณลักษณะดังกล่าว การทำให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาต่างๆ ดีกว่าที่เป็นอยู่ โดยอาศัยการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐานและเชื่อมโยงกับหลักสูตร ดังที่ได้มอบนโยบายไว้ว่า จะต้องปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนและให้เชื่อมโยงกับการทดสอบวัดผลประเมินผลอย่างเป็นระบบ ทั้งระบบเชื่อมโยงกัน ในการเรียนหลายระดับชั้นยังไม่มีการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐาน ในวิชาภาษาไทย ก็ไม่มีการทดสอบวัดผลที่ถูกต้องตามหลักวิชาที่จะวัดสมรรถนะทางภาษาเหมือนอย่างที่ประเทศต่างๆ ใช้วัดสมรรถนะทางภาษา จึงจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบวัดผลที่เป็นมาตรฐานหรือการทดสอบกลาง

ในส่วนของการให้ผู้เรียนเรียนรู้ในยุค ICT ที่กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การเรียนการสอนในยุคนี้ก็ต้องเปลี่ยน เนื่องจากผู้เรียนสามารถหาความรู้ได้เองอย่างไม่จำกัด หากมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวก ซึ่งต้องมาดูที่หลักสูตรว่าผู้เรียนควรรู้และเรียนอะไรบ้าง ขณะเดียวกันเมื่อผู้เรียนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวก การเรียนการสอนแบบเดิมจะไม่สอดคล้องกัน เพราะผู้เรียนอาจจะหาคำตอบจากคำถามของครูได้ แต่อาจจะไม่เข้าใจหรือคิดไม่ได้ว่าคำตอบที่ได้มาต้องการสื่อถึงอะไร การเรียนการสอนในโลกยุคอินเทอร์เน็ตจะต้องเปลี่ยนแปลง และมีวิธีการสอนอีกมากมายที่เกิดจากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือแอพลิเคชั่น ซึ่งก็ได้มีครูในโรงเรียนบางแห่งเริ่มใช้เพื่อพัฒนาในการเรียนการสอนแล้ว

แนวคิดอีกอย่างที่ได้มีการรวบรวมกันมา คือ การอบรมพัฒนาครูโดยอาศัย ICT ซึ่งต้องคำนึงว่าจะทำได้ผลมากแค่ไหน ต้องมีการช่วยกันคิด ครูสามารถเรียนรู้จากวีดิทัศน์ที่บันทึกไว้ใน YouTube หรือแอพลิเคชั่นบางอย่าง เมื่อมีใครต้องการจะศึกษาก็สามารถเข้าไปดูได้ หรืออาจจะทำเป็นระบบปิด เช่น ระบบที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ แยกเป็นรายวิชาเพื่อใช้สำหรับการเรียนวิชาต่างๆ นอกจากนี้ อาจจะจัดการเรียนแบบใหม่ เรียกว่า “Flip the Classroom”คือ การนำเรื่องที่เด็กต้องทำเป็นการบ้าน มาทำในห้องเรียน แล้วนำเรื่องที่เคยทำในห้องเรียนกลับไปทำที่บ้าน หมายความว่าให้เด็กไปดูวีดิทัศน์ อ่านหนังสือ หรือเข้าอินเทอร์เน็ต ดูเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มาจากบ้าน เมื่อถึงห้องเรียน ครูก็ตั้งคำถามและให้เด็กแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน การเรียนการสอนดังกล่าว มีคนถ่ายวีดิทัศน์ แล้วนำลงอินเทอร์เน็ต อาจจะเชิญชวนครูให้มาดูพร้อมๆ กัน ดังนั้น การพัฒนาครูในเรื่องเทคนิคการเรียนการสอน หากใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย จะทำให้เราสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาครูเพื่อยกระดับการศึกษาของผู้เรียน จึงเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย

คุรุสภา ในฐานะสภาวิชาชีพ ก็ต้องดูแลรักษาคุณภาพมาตรฐาน จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพครู แต่ที่ต้องการจะฝาก คือ การพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา สิ่งที่ต้องช่วยกันแก้ไข คือ จะทำอย่างไรให้การพัฒนาวิชาชีพครูมีการคำนึงเรื่องครูขาดแคลน ซึ่งได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.ไปดูว่าจะเกลี่ยอย่างไร ในเรื่องของการผลิตและการรับครู พร้อมทั้งได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งต้องให้คุรุสภามีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้วย นอกจากนี้การกำหนดกติกาในการพัฒนาวิชาชีพ หากเคร่งครัดเกินไป ก็จะกลายเป็นปิดกั้นโอกาสที่จะหาครูมาสอน เพราะในปัจจุบันครูอาชีวศึกษาขาดแคลนอย่างมาก ขณะนี้มีการจ้างครูอัตราจ้างมากกว่าครูที่เป็นข้าราชการ หากสถานศึกษาไม่สามารถจ้างวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญมาสอนได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู หากผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่มีความรู้ทางด้านนั้นน้อยมาก ก็ไม่สามารถสอนคนให้เป็นช่างที่มีความสามารถได้ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และจะมีผู้สนใจจะสอนภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่ระบบของอาชีพครูเป็นระบบปิด คือ มีการวางระบบเหมือนจะปกป้องอาชีพนี้ไม่ให้ผู้อื่นมาเป็นได้ง่าย เพื่อความมั่นคงของวิชาชีพ แต่กลายเป็นไปว่าเราต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ โดยต้องมีครูและเป็นครูด้านที่ขาดแคลน

ก.ค.ศ.กับคุรุสภามีหลักเกณฑ์ที่ลักลั่นกันอยู่ ก.ค.ศ.อนุญาตให้ทำได้ แต่ติดหลักเกณฑ์ของคุรุสภา ทำให้ไม่สามารถทำได้ หน่วยงานทั้งสองจึงจำเป็นจะต้องมีการพูดคุยกัน โดยเฉพาะการประเมินวิทยฐานะหรือการพัฒนาวิชาชีพที่โยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนและโรงเรียน จากการสำรวจพบว่ามีความเชื่อมโยงกันน้อยมาก และพบว่า   ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาหลายแห่งมีความก้าวหน้าขึ้น   มีวิทยฐานะ เงินเดือน  รายได้สูงขึ้น  แต่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในสถานศึกษานั้นแย่มาก  จึงมอบหมายให้ ก.ค.ศ.และคุรุสภาช่วยกันคิดวิธีประเมินวิทยฐานะที่เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วย

รมว.ศธ.ย้ำว่า การพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยเป็นหัวข้อที่ดี เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการร่วมกันคิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู โดยอาศัยการวิจัยต่างๆ เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้ดี ก้าวหน้าและมั่นคงขึ้นไป อย่างน้อยแล้ว ต้องถือว่าจุดมุ่งหมายอันดับแรกในการพัฒนาวิชาชีพครู คือ เพื่อพัฒนาคน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น และจะได้พัฒนากำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งจะเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูที่มีความหมายที่สุด

โอกาสนี้ รมว.ศธ.ได้มอบรางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา “ผลงานวิจัยระดับภูมิภาค” และชมนิทรรศการต่างๆ เช่น นิทรรศการสารานุกรมวิชาชีพครูเฉลิมพระเกียรติฯ, นิทรรศการผลงาน หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม จำนวน 80 ผลงาน, นิทรรศการผลงานวิจัยภาคแผ่นป้ายนิทรรศการ จำนวน 30 ผลงาน, ร้านค้าสวัสดิการคุรุสภา เป็นต้น

สพฐ.ปฏิรูปผลิตแม่พิมพ์มืออาชีพแผน5ปี

ที่มา  :  ข่าวสด  ฉบับวันที่ 16 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู โดยให้ความสำคัญกับจำนวนการผลิต ต้องสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ครูใหม่ต้องมีความรู้ สามารถจัดการเรียนการสอนในโลกยุคใหม่ได้ 

ตลอดจนสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) และคุรุสภา เสนอให้สถาบันฝ่ายผลิตควบคุมจำนวนการรับนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี โดยคุรุสภาเตรียมบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนรับ และเกณฑ์ควบคุมคุณภาพ ในปีการศึกษา 2557 นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาการผลิตครูล้นต่อความต้องการนั้น ถือเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตครูร่วมกันอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้สถาบันฝ่ายผลิตได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือนำโครงการครูมืออาชีพมาพิจารณาดำเนินการใหม่ ให้สอดคล้องกับแผนความต้องการและแผนการผลิตครู เนื่องจากโครงการนี้สามารถสร้างครูดีมายกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนได้ ดังนั้นในอนาคต คนที่จะมาเป็นครู สพฐ. สมควรต้องผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ โดยจะต้องปรับจำนวนให้สอดรับกับอัตราส่วนหนึ่งที่กันไว้สำหรับพนักงานราชการและอัตราจ้าง ตลอดจนกลุ่มที่เข้าสอบแข่งขันบรรจุทั่วไป ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์นี้จะต้องบริหารอัตรา โดยวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระบวนการทั้งหลายลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องร่วมกันทำทั้งหมด 

“เราต้องพูดกับมหาวิทยาลัยเรื่องหลักสูตรการผลิตครูด้วย เนื่องจากความต้องการครูในประเทศมีความหลากหลาย เช่น โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. คงไม่ต้องการครูวิชาเอก และสอนได้หลายช่วงชั้น ขณะที่ระดับมัธยมปลาย คงต้องผลิตครูเพื่อสอนวิชาเฉพาะ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ การวางแผนร่วมกันจึงสำคัญมากๆ” นายพิษณุกล่าว 

 

เสริมศักดิ์ มอบคุรุสภาอบรมครูชายขอบได้ตั๋วครู

ที่มา   :   เดลินิวส์  วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 16:34 น.

วันนี้(11ก.พ.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช  รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้มอบนโยบายให้กับทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไปดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล เช่น โรงเรียนบนดอย เพราะข้อบังคับของคุรุสภากำหนดว่าหากจะมาเป็นครูผู้สอนต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งตนเห็นว่าควรมีหลักสูตรรองรับกลุ่มที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ได้ไปเรียนหรือผ่านการอบรมแล้วให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่เช่นนั้นคนกลุ่มนี้ก็จะไม่มีโอกาสความก้าวหน้าอะไรเลย เพราะไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

“นโยบายของผมไม่ได้เป็นการยกเว้นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้เรียนจบทางสายครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ เพียงแต่จะต้องช่วยให้พวกเขามีโอกาสได้รับใบอนุญาตประวิชาชีพครู ด้วยการจัดอบรมขึ้นในกลุ่มต่างๆเหล่านี้ แต่ก็ต้องมีมาตรฐานในระดับหนึ่งเช่นกัน”  รมช.ศึกษาธิการ

ด้านดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายของนายเสริมศักดิ์ที่จะช่วยเหลือผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพราะหากไม่มีคนเหล่านี้แล้วในพื้นที่ที่ห่างไกลก็คงไม่มีใครไปสอนหนังสือให้ความรู้แก่นักเรียน ดังนั้นคงต้องมีการนำไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาที่จะประชุมนัดแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้  อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้น ทางคุรุสภาจะมีการอนุญาตให้สอนโดยออกหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาไปก่อนคราวละ 2 ปี เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่ทั้งนี้สำหรับการจะจัดอบรมหรือจัดการศึกษาให้แก่กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวก็ยังต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ทางคุรุสภากำหนดไว้ด้วยจึงจะสามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ได้.

คุรุสภารับสอบครู9ม.วิชาชีพครูครั้งที่11

ที่มา  :  คุรุสภา  

เปิดรับสมัครวันที่ 11 มกราคมนี้เป็นวันแรก  สำหรับผู้ที่ไม่ได้จบสายครูแต่มีหัวใจครู  และวิธีการให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  เพื่อใช้ในการสมัครสอบครู  และก้าวสู่การครอบครองใบประกอบวิชาชีพครู   เมื่อผ่านการปฏิบัติการสอนครบ 1 ปี   ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องสอบให้ผ่านครบทั้ง 9 มาตรฐานวิชาชีพ  ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11

คุรุสภา โดยคณะอนุกรรมการรับรองความรู้วิชาชีพทางการศึกษา เปิดรับสมัครสอบมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ครั้งที่ 11 สำหรับชาวไทย และชาวต่างประเทศ ที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษาและสาขาอื่นๆ ที่ประสงค์จะขอรับการรับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่คุรุสภากำหนด โดยการทดสอบตามกำหนดการ ดังนี้

7-10 ม.ค. 2556    ประกาศรับสมัครทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ครั้งที่ 11 ผ่านเว็บไซต์คุรุสภา หรือ คลิกที่นี่

11-30 ม.ค. 2556  รับสมัครทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ครั้งที่ 11 ผ่านระบบทดสอบออนไลน์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศผ่านเว็บไซต์คุรุสภา

การรับสมัครทดสอบ
๓.๑  ผู้ประสงค์จะสมัครทดสอบ สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ ๑๑ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖  ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยใช้ Internet Explorer Browser ในการเข้าระบบรับสมัครทดสอบออนไลน์ และดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
๓.๑.๑ เปิดเว็บไซต์ http://upload.ksp.or.th/ksptest/index_th.php เพื่อเข้าระบบรับสมัครทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ครั้งที่ ๑๑ จากนั้นให้ผู้สมัครทดสอบคลิ้ก “ใบสมัครออนไลน์”

๓.๒   ค่าธรรมเนียมในการสมัครทดสอบ ประกอบด้วย
๓.๒.๑ ค่าธรรมเนียมการทดสอบ มาตรฐานละ ๓๐๐ บาท
๓.๒.๒ ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต จำนวน ๓๐ บาทต่อครั้งค่าธรรมเนียมในการสมัครทดสอบจะไม่จ่ายคืนให้ผู้สมัครทดสอบไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นรวมทั้งการเลื่อนวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิทดสอบ วันเวลาทดสอบ สถานที่สอบ เว้นแต่จะมีการยกเลิก

๔. วัน เวลา และสถานที่ทดสอบ
เสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖        ภาษาและเทคโนโลยี  การพัฒนาหลักสูตร  การจัดการเรียนรู้

อาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖   จิตวิทยาสำหรับครู  การวัดและประเมินผลการศึกษา  การบริหารจัดการในห้องเรียน
จันทร์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖       การวิจัยทางการศึกษา  นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา  ความเป็นครู
สถานที่ทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา     ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร
ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
ภาคใต้ จังหวัดสงขลา

4-6 พ.ค. 2556      ดำเนินการทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ 9 มาตรฐาน ครั้งที่ 11 ทั้งชาวไทย และต่างประเทศพร้อมกัน ณ ศูนย์ทดสอบส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

กรกฎาคม 2556    ประกาศผลการทดสอบควมรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพทั้ง 9 มาตรฐาน

มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘  ดังนี้
๑. คุณสมบัติของผู้สมัครทดสอบ
๑.๑   มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร)
๑.๒   มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทุกสาขา หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้
๑.๓   ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๔ (ข) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังนี้
๑.๓.๑ เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
๑.๓.๒ เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
๑.๓.๓ เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
๒. มาตรฐานความรู้ที่เปิดทดสอบ ประกอบด้วยมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ ผู้สมัครทดสอบสามารถเลือกทดสอบความรู้ในมาตรฐานต่างๆ ดังนี้
๒.๑   ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู
๒.๒   การพัฒนาหลักสูตร
๒.๓   การจัดการเรียนรู้
๒.๔  จิตวิทยาสำหรับครู
๒.๕  การวัดและประเมินผลการศึกษา
๒.๖   การบริหารจัดการในห้องเรียน
๒.๗  การวิจัยทางการศึกษา
๒.๘  นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
๒.๙   ความเป็นครู

วันเวลาที่เปิดรับสมัคร สมัคร สอบ 9 มาตรฐาน 2556

11 11-31 มค 2556  สมัครสอบ 9 มาตรฐานวิชาชีพครู 2556

คุรุสภาย้ำหนังสืออนุญาตครู(ไม่มีใบ)ใช้สอบไม่ได้

ที่มา  :  http://www.ksp.or.th/ksp2009/upload/informationnews/files/3004-6226.pdf


สกสค.พัฒนาครูE ทุ่ม30ล.เรียนออนไลน์

ที่มา  :  ประชาชาติธุรกิจ   ฉบับวันที่ 25 – 28 ต.ค. 2555

สกสค.ผุดโครงการพัฒนาศักยภาพครูสอนภาษาอังกฤษทุกสังกัด เทงบฯ 30 ล้านบาทซื้อบัตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ครู 6 หมื่นคน ส่วนองค์การค้า คุรุสภาเห็นประโยชน์ เตรียมขยายผลเป็นนายหน้าขายบัตรให้ครู 

นางปราณี รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่ม ส่งเสริมสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า สกสค.ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมสวัสดิการพัฒนาศักยภาพครู นักเรียนด้านเทคโนโลยี และทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดซื้อบัตรสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ครูสอนภาษาอังกฤษได้เข้าไปศึกษา ซึ่งมีทั้งบทเรียนและแบบทดสอบ 12 ระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง ครอบคลุมทุกทักษะทั้งไวยากรณ์, การอ่าน และการฟัง 

“ครูภาษาอังกฤษทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 1 แสนคน แต่จัดสรรให้ได้เพียงแค่ 6 หมื่นคน ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณที่มีประมาณ 30 ล้านบาท และการใช้งานที่ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต บางพื้นที่อาจไม่มีเครือข่ายรองรับ และเนื่องจากเป็นการเรียนออนไลน์ หากใช้พร้อมกันอาจมีปัญหาเรื่องระบบติดขัดได้ เพราะระบบการเรียนเชื่อมต่อกันทั้งหมด” 

อย่างไรก็ดี บัตรมีอายุการใช้งาน 1 ปี ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการติดตามผลการใช้งาน แต่ต้องรอให้การแต่งตั้งผู้บริหารของคณะกรรมการ สกสค.ลงตัวเสียก่อนจึงสามารถดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้องค์การค้าคุรุสภายังมีความสนใจนำบัตรนี้ไปเป็นสินค้าตัวอย่างด้วย 

ทั้งนี้ได้จัดสรรบัตรให้กับครูที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน(สพฐ.) 35,000 ชุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 15,000 ชุด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,000 ชุด สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 3,000 ชุด และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 2,000 ชุด 

ขณะที่นายสมิต วิโรจน์วรรณ หัวหน้ากลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะคณะกรรมการติดตามประเมินผลโครงการ ส่งเสริมสวัสดิการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนด้านเทคโนโลยีและทักษะภาษาอังกฤษ ระบุว่า โครงการติดตามผลที่เสนอไปยัง สกสค.มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือน ส.ค. 2555-ก.ค. 2556 แต้ยังไม่ได้อนุมัติ ทำให้การติดตามผลต้องเลื่อนออกไป 

“เราจะเข้าไปติดตามครูที่ได้รับบัตรแล้วว่าได้นำไปศึกษาเรียนรู้ หรือไปใช้ประกอบการสอนเด็กหรือไม่ โดยดูจากสถานการณ์จริง ซึ่งจะสุ่มตรวจในภาคเหนือ กลาง ตะวันอออก และตะวันออกเฉียงหนือ ภาคละ 4 ครั้ง งบประมาณในการติดตามผล 5.6 แสนบาท การใช้งานบัตรสามารถตรวจสอบได้จากระบบของบริษัท แต่การติดตามจะมีแง่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วย โดยจะนำมาจัดทำเป็นผลวิจัยเพื่อรองรับการใช้งาน หากมีการสานต่อโครงการนี้ในอนาคต” 

ส่วนนางสาวปริยาภรณ์ ชูทัพ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการศึกษา สำนักประสานและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กล่าวว่า ตอนนี้กระจายบัตรไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และแต่ละจังหวัดกำลังทยอยแจกให้ครบทุกโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรร จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่าครูตอบรับดี เพราะเรียนรู้ได้ตามระดับความยากง่าย และเนื่องจากเป็นบทเรียนที่สามารถตอบโต้ได้ จึงทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ ทั้งยังนำบัตรไปแบ่งปันให้ครูวิชาอื่นได้เรียนรู้ร่วมกันอีกด้วย

คุรุสภาอนุมัติ37ม.สอนป.บัณฑิต

คุรุสภาอนุมัติ 37 มหาวิทยาลัยเปิดสอน ป.บัณฑิตครู

 

ที่มา  :  สยามรัฐ  by kanvadee on Sun, 30/09/2012 – 15:42

นายปริญญา ประจง ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา (บอร์ดคุรุสภา) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เชิญบอร์ดคุรุสภาชุดเก่าประชุม (ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 16) เมื่อวันที่ 28 ก.ย.55 เนื่องจากมีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาหลายวาระ เช่น เรื่องการรับรองสถานศึกษาเพื่อเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิต หรือการอนุญาตให้ครูต่างชาติ ที่ไม่จบระดับปริญญา สามารถรับใบอนุญาตประกอบการสอนภาษาต่างประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน เป็นต้น 

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้การรับรองสถาบันการศึกษาเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต)วิชาชีพครู  37  แห่ง

ได้แก่  ม.รามคำแหง ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร  มหาวิทยาลัยราชภัฎ มรภ.มหาสารคาม  มรภ.ร้อยเอ็ด  มรภ.ลำปาง  มรภ.กาญจนบุรี  มรภ.กำแพงเพชร มรภ.จันทรเกษม  มรภ.เชียงราย  มรภ.เชียงใหม่  มรภ.เทพสตรี มรภ.พระนคร  มรภ.พระนครศรีอยุธยา  มรภ.พิบูลสงคราม  มรภ.ภูเก็ต  มรภ.ราชนครินทร์  มรภ.รำไพพรรณี  มรภ.ศรีสะเกษ  มรภ.สกลนคร  มรภ.สงขลา  มรภ.สวนดุสิต  มรภ.สุราษฏร์ธานี  มรภ.สุรินทร์  มรภ.หมู่บ้านจอมบึง  มรภ.อุดรธานี  มรภ.นครปฐม มรภ.นครราชสีมา มรภ.นครศรีธรรมราช  มรภ.นครสรรค์  มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา  มรภ.อุบลราชธานี  ม.การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น  ม.เซนต์จอห์น  และ ม.วงษ์ชวลิตกุล

และยังรับรองการ  เปิด  ป.บัณฑิตทางบริหารการศึกษา  อีก 9 แห่ง  ได้แก่  มรภ.นครราชสีมา  มรภ.นครสรรค์  มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา  มรภ.พิบูลสงคราม  มรภ.มหาสารคาม  มรภ.สุรินทร์  มรภ.อุดรธานี  ม.ธุรกิจบัณฑิตย์  และ ม.วงษ์ชวลิตกุล 

นอกจากนี้ ยังมีมติให้ น.ส.รจนา วงศ์ข้าหลวง ผอ.สำนักยกย่องเชิดชูเกียรติวิชาชีพ รักษาการเลขาธิการคุรุสภา  ภายหลังเลขาธิการคุรุสภา หมดวาระในวันที่ 16 ต.ค.2555 จนกว่าจะได้เลขาธิการคุรุสภา คนใหม่

สอบ9ม.รับตั๋วครู สช.ชี้แก้ป.บัณฑิต

แนะสอบเทียบ9มาตรฐานรับตั๋วครู สช.ชี้ช่องแก้ป.บัณฑิตชะงัก-รอบอร์ดคุรุสภาใหม่

ที่มา  :  ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

 

นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีโครงการพัฒนามาตรฐานความรู้ให้กับผู้ประกอบวิชาชีพครูในโรงเรียนเอกชน รุ่นที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูในสถานศึกษาเอกชนที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สามารถเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู เพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ และแก้ปัญหาครูเอกชนขาดแคลนนั้น สำหรับในรุ่นที่ 2 ทาง สช.ได้เสนอรายชื่อเพื่อให้คณะกรรมการคุรุสภาได้พิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากคณะกรรมการคุรุสภาชุดปัจจุบันครบวาระไปแล้ว จึงต้องรอส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่ ที่ยังสรรหาไม่เสร็จพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเห็นว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทางสช.จึงเสนอให้ครูเอกชนที่เตรียมเข้าร่วมโครงการ ในรุ่นที่ 2 เข้ารับการอบรมกับสถาบันเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลาในระหว่างรอแต่งตั้งบอร์ดคุรุสภาชุดใหม่

เลขาธิการ กช. กล่าวต่อว่า สถาบันเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี คือสถาบันกลางในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ที่จัดตั้งโดยคุรุสภา โดยครูเอกชนที่เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรของสถาบันเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี จะต้องผ่านการอบรมทั้งสิ้น 60 ชั่วโมงต่อ 1 มาตรฐานความรู้ หากเคยผ่านการอบรมมาตรฐานไหนมาแล้วก็ไม่ต้องอบรมซ้ำ จากนั้น เมื่อครบทั้ง 9 มาตรฐานความรู้ที่กำหนด จึงเข้าสู่การทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด ถ้าผ่านได้รับใบอนุญาต ในทันที ซึ่งตนเห็นด้วยกับการอบรมเพื่อสอบเทียบมาตร ฐานความรู้ ในการขอรับใบอนุญาตนี้ เพราะ หากให้ครูเอกชนไปเรียน ป.บัณฑิต เหมือนโครงการ รุ่นที่ 1 ซึ่งต้องเสียเวลา 1 ปี และเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน 30,000 บาท แต่การสอบมาตรฐานนี้อาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายน้อย กว่า จึงเหมาะสมกับครูเอกชนที่มีประสบการณ์สอนอยู่แล้ว