Tag Archive | ด้าน

สนง.รัฐมนตรี๑/๕๖แนวดำเนินการศึกษาปี๕๖

ที่มา  :  ข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรี  (นวรัตน์  รามสูต และบัลลังก์  โรหิตเสถียร  สรุป/รายงาน)

 

ศึกษาธิการ   – นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายการเมืองของกระทรวงศึกษาธิการ คือ นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ   ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ  ศาสตราจารย์พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประแสง มงคลศิริ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาในปี ๒๕๕๖

● ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน

รมว.ศธ. กล่าวว่าเรื่องของหลักสูตรมีผู้รู้จำนวนมาก และมีความคิดเห็นที่หลากหลาย จึงต้องการให้มีส่วนร่วมอย่างมากตั้งแต่ต้น เพราะหากในช่วงต้นมีส่วนร่วมน้อย ช่วงท้ายจะมีความคิดเห็นต่างกันมาก แต่หากมีส่วนร่วมอย่างมากและกว้างขวางในช่วงต้น จะเกิดการตกผลึกและจะประสบความสำเร็จเร็วขึ้น เพราะต้องการพัฒนาการศึกษาของคนไทยทุกคน

ดังนั้นในปี ๒๕๕๖  จะเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรและปรับการเรียนการสอนให้แล้วเสร็จ  โดยจะมีการตั้งคณะทำงานหลายชุดขึ้นมาขับเคลื่อนและทำหน้าที่ต่างๆ  เช่น ออกแบบระบบ  โดยนำระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ  ที่ประสบความสำเร็จมาร่วมศึกษาวิเคราะห์  เช่น ระบบ Outcome-based Education  ของสหรัฐอเมริกา  ซึ่งออกแบบหลักสูตรโดยจะกำหนดคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อใช้ตำราเรียนนั้นเป็นเช่นไร  ด้านตำราซึ่งจะต้องถอดรหัสหลักสูตรเพื่อออกแบบตำรา  แต่ไม่ใช่การเขียนตำรา  อย่างไรก็ตามจะรักษาระบบตำราไทยที่เป็นตลาดเสรีไว้ เพราะสำนักพิมพ์ในปัจจุบันทั้ง ๑๗ แห่ง สามารถแข่งขันกันสร้างตำราที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นโยบายการใช้แท็บเล็ตเพื่อการศึกษา  นับว่าเป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่  ที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้  ดังเช่น Microcontent ของสหรัฐอเมริกา โดยในปี ๒๕๕๖  ศธ.จะเร่งดำเนินการ Cyber Home ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลให้แล้วเสร็จ  เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนรู้จากแท็บเล็ตของนักเรียน

จากนั้นจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องให้หลากหลายที่สุด โดยเชิญผู้รู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ มาช่วยระดมสมองให้มากที่สุด ซึ่งการที่จะให้คนมีส่วนร่วมมากตั้งแต่ต้นจะทำให้การปรับหลักสูตรเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเสียเวลาน้อยกว่าการที่ไม่เปิดรับฟังความเห็นจากคนหมู่มาก

อย่างไรก็ตาม การปรับหลักสูตรจะครอบคลุมตั้งแต่การทบทวนใหม่อีกครั้งว่า หลักสูตรควรจะแบ่งเป็น ๘  กลุ่มสาระเช่นเดิมหรือไม่  เนื้อหาในแต่ละวิชาจะต้องปรับอย่างไร ให้เข้ากับความรู้วิทยาการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก  เพราะในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา เกิดแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอนมากขึ้น รวมทั้งต้องมีการทบทวนเรื่องโครงสร้างเวลาเรียนด้วย  ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า  เวลาเรียนในห้องเรียนควรจะลดลง  เพราะเวลาเรียนในห้องเรียนของเด็กไทยมากเกินไป  จนไม่กระตุ้นให้เกิดการใช้ความคิดวิเคราะห์  การคิดวิเคราะห์จะเกิดจากการทำกิจกรรมมากกว่า  และเพิ่มกิจกรรมนอกห้องเรียน  ขณะที่วิธีจัดการเรียนการสอนก็ต้องปรับให้ทันสมัยขึ้นด้วย

นายภาวิช ทองโรจน์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่า  จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด ๔ ชุดใหญ่  ชุดแรก เป็นกรรมการที่จะมาออกแบบระบบการศึกษาของไทยใหม่ กรรมการออกแบบหลักสูตรในภาพรวม หาคำตอบให้ได้ว่า หลักสูตรควรจะเป็นกี่กลุ่มสาระวิชา  เพราะมีแนวคิดหนึ่งว่า ควรจะลดสาระวิชาลง  แต่กำหนดให้ชัดเจนว่าในสาระวิชานั้น ๆ จะแยกย่อยเป็นรายวิชาใดบ้าง  เพราะหลักสูตรที่ใช้อยู่ไม่มีชื่อรายวิชาย่อย ทำให้ผู้เรียนยังไม่รู้ว่ากำลังเรียนวิชาใดอยู่  หรือบางรายวิชาที่มีประโยชน์ เช่น วิชาเรียงความ หรือย่อความหายไป  ทำให้นักเรียนอ่านหนังสือไม่ออกจับใจความไม่ได้

ทั้งนี้  เมื่อกรรมการชุดใหญ่ออกแบบหลักสูตรในภาพรวมแล้ว  จะเชิญผู้รู้มาเป็นกรรมการแยกย่อยในแต่ละวิชาอีก  เพื่อทำหน้าที่ยกร่างหลักสูตรแต่ละวิชา  นอกจากนี้จะมีกรรมการออกแบบตำราเรียน  กรรมการชุดนี้จะออกแบบว่า  คุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อใช้ตำราเรียนนั้นเป็นเช่นไร  แล้วให้สำนักพิมพ์แต่ละแห่งทั้งรัฐและเอกชนไปสร้างตำราเรียนตามคุณลักษณะนั้น  ส่วนชุดสุดท้ายจะเป็นกรรมการที่สร้างความเข้าใจ เพราะการจะนำระบบการศึกษาและหลักสูตรใหม่มาใช้ จำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อม ในฝ่ายต่างๆ ทั้งโรงเรียน นักเรียน ครู

● เพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ

สำหรับการศึกษาด้านอาชีวศึกษานั้น เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องปรับปรุง เพื่อให้มีสัดส่วนการเรียนสายอาชีวะต่อสายสามัญ  เพิ่มขึ้นเป็น ๕๐:๕๐ ในปี ๒๕๕๙ และเพื่อรองรับสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งนักศึกษาสามารถไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้  และเมื่อจบการศึกษาก็มีการรับประกันการมีงานทำ   เพราะ ศธ.จะร่วมมือกับสถานประกอบการ  เพื่อผลิตบุคลากรในสาขาที่เป็นความต้องการของสถานประกอบการ 

จากนั้นระหว่างที่กำลังศึกษานักศึกษาจะได้ฝึกและปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการนั้น ๆ  โดยสถาบันการอาชีวศึกษาจะเน้นที่คุณภาพ ในช่วงแรกของการเปิดการเรียนการสอนจึงจะรับนักศึกษาจำนวนไม่มากนัก

สำหรับการแต่งตั้งนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาและคณะกรรมการสถาบันการอาชีวศึกษาเป็นเรื่องสำคัญต่อสถาบันใหม่  และเป็นการแต่งตั้งครั้งแรก  เพื่อทำหน้าที่กำหนดแนวทางซึ่งมีกติกามาก  รมว.ศธ.มีหน้าที่พิจารณาตามคำเสนอแนะของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจะพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมและมีความพร้อมที่สุด

● อัตรากำลังคนภาครัฐ

ในปัจจุบันกำลังคนภาครัฐ  จะมีทั้งข้าราชการ  พนักงานราชการ  พนักงานมหาวิทยาลัย  ลูกจ้าง  ซึ่งจะต้องมีงบประมาณในส่วนของเงินเดือนและสวัสดิการจำนวนมาก   มีความพยายามที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มาเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว  แต่ควบคุมได้ในบางจุด  เช่น  ข้าราชการพลเรือนสามัญ  ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)  ในส่วนของศาลและองค์กรอิสระไม่สามารถควบคุมได้  ในขณะนี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้คนที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  คนส่วนใดเกินก็ให้ไปช่วยเสริมในส่วนที่ขาด มีหลายกระทรวงขาดบุคลากรด้านการบริการประชาชน  แต่จะมีบุคลากรไปกระจุกตัวอยู่ในหน่วยงานกลางเป็นจำนวนมาก  

สำหรับด้านการศึกษา  ศธ.มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๖๐ คน  ซึ่งมีปัญหาเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน  จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการโดยการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในละแวกเดียวกัน เข้าด้วยกัน

กูเกิลโมโตซุ่มทำX-Phone และX-Tablet

ที่มา  : kapook.com  เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก   Androidandme.com

กูเกิลจับมือโมโตโรล่าซุ่มทำ X-Phone และ X-Tablet

          หลังจากที่กูเกิล (Google) ได้ร่วมมือกับ LG, Samsung และ Asus ผลิต Nexus 4,7,10 ออกมาแล้ว ล่าสุด ได้ร่วมมือกับโมโตโรล่า (Motorola)  ซุ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า  X-Phone  คาดว่าน่าจะได้เปิดตัวในปี 2013

          เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักข่าว The Wall Street Journal ได้รายงานว่า  ทางกูเกิลกำลังร่วมมือกับโมโตโรล่าพัฒนาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่  ที่คนวงในเรียกกันว่า  X-Phone  เพื่อออกมาทำตลาดแข่งขันกับไอโฟนและซัมซุง  โดยสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะเน้นประสิทธิภาพในด้านการถ่ายภาพเป็นพิเศษ  ซึ่งทางกูเกิลและโมโตโรล่ากำลังพิจารณาถึงการผลิตจากวัสดุเซรามิกรวมทั้งจอภาพที่โค้งงอได้อยู่ว่าสามารถเป็นไปได้หรือไม่  รวมทั้งมีแผนที่จะนำ X-Phone ไปพัฒนาต่อยอดเป็น  X-Tablet  อีกในภายหลัง นอกจากนี้  ทางโมโตโรล่ายังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีสั่งการด้วยภาษากายที่ซื้อจากบริษัทวิวเดิล (Viewdle) มาใช้กับ X-Phone อีกด้วย 

          อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคและวันวางจำหน่ายออกมา แต่คาดว่าน่าจะได้เปิดตัวในช่วงปี 2013 นี้ หากความคืบหน้าอย่างไรกระปุกดอทคอมจะนำมารายงานให้ทราบกันในทันที

สรุปผลงาน 31นโยบายการศึกษา

ที่มาื  :   ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๗๒/๒๕๕๕   ภารกิจ รมว.ศธ.ที่เชียงราย

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นโยบาย “๓๑ นโยบายหลักด้านการศึกษา” แก่ผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดในจังหวัดเชียงรายจำนวนประมาณ ๑,๒๐๐ คน เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย

รมว.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า ตั้งใจที่จะเดินทางไปพบปะข้าราชการครูและบุคลากรในสังกัดกว่า ๔.๕ แสนคน เพื่อให้สามารถนำนโยบายต่างๆ ไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ อยากจะเห็นคุณงามความดี ศีลธรรม คุณธรรมของครูกลับมาอีกครั้งเหมือนในสมัยที่ มล.ปิ่น มาลากุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่เมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วเราเจริญเท่าสิงคโปร์ แต่วันนี้แตกต่างกันอย่างมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะที่ผ่านมาการปกครองชาติบ้านเมือง มักไม่คิดว่าพี่น้องประชาชนเหมือนกับคนที่อยู่ในครอบครัวของเรา แต่ ศธ.วันนี้มีนโยบายชัดเจนที่มองครูเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นเราจะไม่ทำร้ายน้องชายน้องสาวของเรา จะไม่โกงเงินเด็กซึ่งก็คือลูกหลานของเรา และพร้อมจะส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ และป้องกันไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจเพื่อมาปกครองเราได้ 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานที่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่เป็นIndividualism ที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถยืนอยู่ได้บนขาของตนเอง เหมือนอัตตาหิ อัตตโน นาโถ หรือตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าหวังพึ่งคนอื่น เพราะหากแต่ละคนแก้ปัญหาให้ตนเองได้แล้ว จะช่วยทำให้สังคมประเทศชาติมีความเข้มแข็งมากขึ้น ที่ผ่านมายอมรับว่าหมดกำลังใจหลายครั้งกับข่าวคราวของ ศธ.ที่หลายครั้งกลายเป็นเรื่องทั้งที่ไม่น่าเป็นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกี่ยวกับทุจริตคอรัปชัน หรือการใช้อำนาจกฎหมู่บังคับให้ ศธ.ต้องยอมรับโดยไม่ยึดกฎระเบียบ จึงฝากเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้ช่วยกันดูแล และในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ จะแถลงข่าวเกี่ยวกับนโยบายที่ ๓๒ ของกระทรวงศึกษาธิการที่ห้องMOC

สรุปผลการดำเนินงานตาม ๓๑ นโยบายหลักด้านการศึกษา

ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นคำประกาศต่อสาธารณชนวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง โดยได้ประกาศเป็นจุดเน้นจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ให้คนจบ ม.๖ ที่ต้องการทำงาน โดยรัฐประกันรายได้ ๓๐๐ บาท/วัน ส่วนผู้จบ ป.ตรี ก็ประกันรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน นโยบายดังกล่าวเน้น ๔ ด้าน คือโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร แหล่งเงินทุน การฝึกฝนทักษะ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ตัวอย่างการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น พัฒนารูปแบบ รร.ขนาดเล็กโดยแก่งจันทร์โมเดล เพื่อสร้างความเท่าเทียมและโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในชนบท, ปรับเวลาเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีการสอนเนื้อหาครึ่งชั่วโมง อีกครึ่งชั่วโมงให้มีการถกเถียง แสดงความคิดเห็นร่วมกับครู หรือแม้กระทั่งเด็กพิการ ก็มีแผนพัฒนาการศึกษาคนพิการ ๕ ปี ทั้งยังตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยจัดสรรงบฯ ให้ ๓๑ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕

ปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ ได้หารือกับ TDRI เพื่อเป็นกรอบปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ ที่เน้น ๑) ความโปร่งใส ๒) ระบบตรวจสอบและความรับผิดชอบ โดยผูกการประเมินครู ผู้บริหาร ไปที่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นหลัก นอกจากนี้ได้ผลักดันให้ สสค.คัดเลือกครูสอนดีทั่วประเทศจำนวน ๕๕๑ คน โดยให้เงินทุนสนับสนุนคนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งคัดเลือกจังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกครูดีเด่นอีก ๑๐ จังหวัดด้วย และเผยแพร่กระบวนการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์

ปรับเลื่อนวิทยฐานะ ให้ครูได้เลื่อนวิทยฐานะตามความสามารถของแต่ละคน เน้นผลสัมฤทธิ์นักเรียนเป็นหลัก โดยดูจากผลการสอบ O-Net หากค่าโดยเฉลี่ยสูงขึ้นก็มีผลต่อผู้บริหารและครู เช่น นักเรียน ป.๑ ทั้งชั้น มีคะแนนสังคมเฉลี่ย ๕๐ คะแนน เมื่อขึ้น ป.๒ เพิ่มเป็น ๗๐ คะแนน จะนำส่วนต่าง ๒๐ คะแนน เป็นตัววัดผลการสอนของครูวิชาสังคมในสัดส่วน ๕๐-๖๐% ของการเลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือน นอกจากนี้ ได้เน้นปรับปรุงกฎระเบียบบริหารงานบุคคล เช่น มติ ครม. เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ได้กำหนดให้ครูรับเงินเดือนหรือขั้นตามอัตราที่กำหนด ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีการประเมินวิทยฐานะซึ่งจะประกาศใช้ในเดือนนี้

สอบ O-Net ป.๖ ม.๓ ม.๖ ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ได้เห็นชอบให้จัดสอบ O-Net ชั้น ป.๖ ม.๓ ม.๖ โดยในปีแรกจะใช้คะแนน O-Net ต่อคะแนนสอบของโรงเรียนในสัดส่วน ๒๐:๘๐ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง ๕๐:๕๐ เพื่อสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมแก่ผู้จบการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด โรงเรียนใด รวมทั้งให้นำผลสอบ O-Net ของนักเรียนมาเป็นส่วนหนึ่งของค่าคะแนนผลงานครูและผู้บริหารในการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และเลื่อนเงินเดือน ได้ขอให้ สทศ.ไปพิจารณาการออกข้อสอบต่างๆ ให้มีจำนวนแบบน้อยลง เพื่อไม่ให้เด็กวิ่งรอกไปสอบหลายแห่ง และขอให้ออกข้อสอบตรงๆ จากคลังข้อสอบที่จะให้ครูทั่วประเทศเป็นผู้ออกข้อสอบเอง หากข้อสอบครูรายใดได้รับคัดเลือกก็จะได้ค่าตอบแทน

กระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด ได้ให้การแต่งตั้งโยกย้ายครู ผู้บริหารทุกระดับ เป็นไปด้วยความโปร่งใส ลดการสอบสัมภาษณ์ในทุกระดับ เพื่อป้องกันการวิ่งเต้นหรือเสียเงินทองแก่กรรมการที่จะสอบสัมภาษณ์ ส่วนการออกข้อสอบนั้น ได้ขอให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้ามามีส่วนออกข้อสอบและดำเนินการจัดสอบอย่างโปร่งใส ส่วนการจัดซื้อได้กระจายไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาโดยตรง เพื่อลดการซื้อของโดยมีเงินทอนและได้ของตามที่ต้องการ ไม่ถูกยัดเยียดให้ได้รับสิ่งของที่ไม่ต้องการ

ปฏิบัติธรรม นำการศึกษา ให้ครู ผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษาทุกสังกัด ไปปฏิบัติธรรมหรืออบรมทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น ดำเนินตามโครงการนำครูเข้าวัดปฏิบัติธรรมในสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ๒๐๗ แห่ง, โครงการโรงเรียนดีศรีตำบล โดยเน้นเครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียน (บวร) แก่นักเรียนใน ๑,๙๒๖ โรงเรียน, โครงการ “ฝึกจิต ปฏิบัติกาย ถวายพุทธชยันตี” เพื่อให้เด็กนั่งสมาธิวันละ ๑ นาที ก่อนเข้าเรียน ที่สำคัญได้ดำเนินโครงการอบรมปฏิบัติธรรมผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาทุกคนทั่วประเทศแล้วในปีนี้

แท็บเล็ต เพื่อการศึกษา ได้มอบให้ ICT ดำเนินการจัดซื้อแท็บเล็ต ส่วน ศธ.จัดทำเนื้อหา หลักสูตร บรรจุลงในแท็บเล็ต โดยแท็บเล็ตเครื่องแรกได้ถึงมือเด็กไทยในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ และแท็บเล็ตทั้งหมดกว่า ๔๐๐,๐๐๐ เครื่อง ได้ทยอยนำมาใช้ในการเรียนการสอนสำหรับเด็ก ป.๑ ทั่วประเทศทุกคนทุกสังกัดแล้ว พร้อมกับได้มีการอบรมพัฒนาครูผู้สอนในการใช้แท็บเล็ตด้วย ส่วนในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ จะดำเนินการจัดหาแท็บแล็ตให้นักเรียนชั้น ม.๑ ทุกคนต่อไป สิ่งสำคัญที่แจกคือ ต้องการให้เด็กๆ ได้เข้าสู่ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วมากขึ้น และทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เช่น ภาษาอังกฤษ และเชิญชวนให้ครูทุกคนเข้าร่วมประกวด Appication ที่จะนำไปบรรจุลงในแท็บเล็ตด้วย ส่วนครูทุกคนต้องการให้มีโน้ตบุ้คไว้ใช้

เรียน ม.๖ จบได้ใน ๘ เดือน ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๕ เพื่อต้องการให้คนไทยที่ยังไม่จบ ม.๖ จำนวนกว่า ๑๐ ล้านคนทั่วประเทศ ได้เทียบโอนความรู้และประสบการณ์หรือเข้าเรียนให้จบ ม.๖ ได้ภายใน ๘ เดือน โดยมี ๓ เส้นทางให้เลือกเรียน คือ ๑) เทียบ/เรียนจบ ม.๖ ๒) เทียบระดับการศึกษา ๓) พบกลุ่ม/ทางไกล ซึ่งได้เปิดโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๕ นโยบายดังกล่าวถือเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ประชาชน จะช่วยให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ประชาชนจะมีความรู้ และเริ่มกันคิดแก้ไขปัญหาของตนเองได้ก่อนจะพึ่งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพิงตนเองได้มากขึ้น และการเรียนรู้ของ กศน.ในปัจจุบันก็มีคุณภาพมากขึ้น บางแห่งเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว

กองทุนตั้งตัวได้ รัฐบาลได้เห็นชอบเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ให้จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๖ และ ๒๕๕๗ ส่วนปีงบประมาณ ๒๕๕๘ และ ๒๕๕๙ ได้รับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมลงทุนแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษา ที่ศึกษาอยู่หรือจบแล้วไม่เกิน ๕ ปีการศึกษา และสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนการบ่มเพาะวิสาหกิจ ซึ่งจะช่วยสร้างผู้ประกอบการรายเล็กเพิ่มเติมขึ้นสำหรับเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ ราย ใน ๒๐ ปี เป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งสร้างความเท่าเทียมและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่ฐานภาษีเงินได้จากผู้ประกอบการใหม่จำนวนมากจะสูงขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาไทยอีกด้วย

๑ อำเภอ ๑ ทุน ศธ.ได้ดำเนินการคัดเลือกเด็กเรียนดีจากทุกอำเภอทั่วประเทศในรุ่นที่ ๓ จำนวน ๗๐๐ คน แบ่งเป็นทุนรัฐบาล ๖๘๙ คน คือ ศึกษาต่อในประเทศ ๑๕๑ คน และศึกษาต่อต่างประเทศ ๕๓๘ คน และศึกษาต่อโดยทุนส่วนตัว ๑๑ คน เพื่อให้ไปเรียนต่อในประเทศชั้นนำของโลก ๓๑ ประเทศ เช่น อังกฤษ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งได้เริ่มไปศึกษาต่อแล้วตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๕ ส่วนในปีหน้าก็จะเน้นเด็กที่เก่งที่สุดในอำเภอให้ไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อให้กลับมาบริหารประเทศชาติต่อไป

สื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมเข้าสู่ประชาคม ASEAN ศธ.ได้จัดหาครูอาสาสมัครเจ้าของภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาต่างชาติอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น และภาษาประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิ้น ๔,๕๐๐ คน โดยสอนภาษาต่างประเทศอื่นๆ ๕๐๐ คน ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีครูต่างชาติเข้ามาสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจากเดิม ๓,๐๐๐ คน เป็น ๗,๐๐๐ คน พร้อมทั้งได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าตอบแทนครูที่จ้างสอนประมาณรายละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน โดยมุ่งหวังที่จะให้มีครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนจำนวน ๑๐,๐๐๐ คน ภายในปีการศึกษา ๒๕๕๖ อย่างกว้างขวางและทั่วถึงต่อไป นอกจากนี้ได้ขอให้ทางบริติช เคานซิล จัดหาครูอาสาสมัครชาวอังกฤษ ๒,๐๐๐ คน เพื่อสอนในโรงเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีครูอาสาสมัคร ๑๐๐ คน เข้ามาสอนในโรงเรียน ๑๐๐ แห่ง เป็นเวลา ๖ สัปดาห์ สำหรับภาษาจีน นายกรัฐมนตรีได้เปิดโครงการครูอาสาสมัครสอนภาษาจีนประจำปี ๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยในปีแรกฮั่นปั้นได้ส่งครูอาสาสมัคร จำนวน ๑,๒๐๐ คน สอนภาษาจีนให้เด็กไทย และคาดว่าภายในอนาคตอันใกล้จะมีครูอาสาสมัคร ๔,๐๐๐ คน มาช่วยสอนภาษาจีนแก่เด็กไทย ซึ่งคาดว่าภายในปี ๒๕๕๘ เด็กของเราร้อยละ ๘๐ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือจีนได้

เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๙ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยอุดหนุน ๕ ฟรี คือ ค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าหนังสือเรียน และค่ากิจกรรม ควบคู่ไปกับการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนชั้น ป.๑ และ ม.๑ ในปีนี้ด้วย

สร้างผู้นำอาเซียน ศธ.มีแผนที่จะดำเนินโครงการสร้างผู้นำอาเซียน โดยให้ทุนการศึกษาแก่ตัวแทนประเทศอาเซียนละ ๕ คน เพื่อมาศึกษาต่อร่วมกันในไทยในระดับปริญญาโท สาขาการบริหารประเทศ เพื่อให้ตัวแทนอาเซียนได้รู้จักกัน ใกล้ชิดกัน สามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ประสบการณ์ร่วมกันได้ ก่อเกิดความเข้าใจ มีความผูกพัน และจะเป็นผู้นำอาเซียนร่วมเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต พร้อมทั้งจะส่งนักศึกษาปริญญาโท-เอก ไปทำวิจัยในประเทศเพื่อนบ้านประเทศละ ๕ คนด้วย

ทุนการศึกษาเพื่ออนาคต (กรอ.) ได้เปลี่ยนระบบกู้ยืมเงินจาก กยศ. เป็น กรอ. โดยให้ชำระเงินคืนเมื่อมีงานทำและมีรายได้เดือนละ ๑๖,๐๐๐ บาท ปีแรกของการทำงานใช้คืนเพียงร้อยละ ๒ ของเงินเดือนเท่านั้น ผู้ที่กู้ได้ คือ นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ และนักศึกษา ปวส.ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ส่วนนักเรียน ม.๔-๖ และนักศึกษาปี ๒-๔ สามารถกู้เงินจาก กยศ.ได้ตามปกติ สำหรับรายการที่เปิดให้กู้ยืม ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ ครม.กำลังพิจารณาร่างระเบียบก่อนออกเป็นแนวปฏิบัติเพื่อดำเนินการต่อไป

ครูมืออาชีพ ครม.ได้เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ เป็น “โครงการผลิตครูมืออาชีพ” เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ พร้อมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่บริหารโครงการครูมืออาชีพ จำนวน ๒ ชุด คือ คณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูมืออาชีพ และคณะกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูมืออาชีพ ซึ่งขณะนี้ได้รับสมัครคัดเลือกนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมโครงการผลิตครูมืออาชีพ ในปี ๒๕๕๕ เพื่อบรรจุเป็นครูจำนวน ๑,๕๖๖ คน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาจากโครงการครูพันธุ์ใหม่สมัครเข้าร่วม ๗๓๗ คน ส่วนที่เหลืออีก ๘๒๙ อัตราจะเปิดรับสมัครนิสิตนักศึกษาครูที่กำลังศึกษาชั้นปีที่ ๕ ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ จากทุกสถาบันที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ๓ ปีการศึกษาไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ โดยมีสาขาที่จะบรรจุตามความต้องการของ สพฐ. และ สอศ.ทั้งสาขาพื้นฐานและสาขาวิชาชีพ

ขยายศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix-it Center ได้เน้นให้มีการขยายศูนย์อีกจำนวน ๑,๗๐๐ แห่ง ให้ครบ ๒๐,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ และยกระดับช่างชุมชน ๘,๕๐๐ คน เพื่อให้บริการประชาชน ๑๗๐,๐๐๐ คน หรือ ๕,๑๐๐ หมู่บ้าน โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแก่ สอศ.ในการขยายศูนย์เป็นเงิน ๕๑๐ ล้านบาท

การศึกษาดับไฟใต้ ศธ.ได้เสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.เพื่อให้ครูที่ยังไม่ได้เป็นข้าราชการกว่า ๒,๕๐๐ คน ได้บรรจุเป็นข้าราชการในเบื้องต้น ๒๕๐ คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ครม.

ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน OTOP Mini MBA ศธ.ได้เปิดโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อให้ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนสามารถจัดหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น เพื่อขยายโอกาสในการพัฒนาสินค้า ผลิตภัณฑ์ และการบริการ รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายและการส่งออก พร้อมทั้งจัดหลักสูตรบริหารธุรกิจระยะสั้นฟรี ด้านการบริหารจัดการธุรกิจสินค้า OTOP, ธุรกิจ OTOP ส่งออก, การตลาดและช่องทางการจำหน่าย และภาษาอังกฤษธุรกิจ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการฝึกอาชีพ เพิ่มพูนทักษะ คิดเป็น ผลิตเป็น ส่งออกต่างประเทศเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว

กระทรวงศึกษาไทย ปลอดภัย ไร้บุหรี่ ได้มอบหมายให้ทุกสถานศึกษาติดป้ายห้ามสูบบุหรี่หน้าสถานศึกษาและห้ามนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบสูบบุหรี่ โดยขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง สำหรับผู้อำนวยการ ครู อาจารย์ ที่ติดบุหรี่ ขอให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ด้วย หรือให้พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสถานบันเทิงที่ขายเหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ จะต้องตั้งอยู่ห่างจากสถานศึกษา ๓๐๐ เมตร

เป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ ได้หารือความร่วมมือและผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในระดับนานาชาติ เช่นการไปเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ ๗ และการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ ๑ ที่อินโดนีเซีย, ร่วมหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาลาว, ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการศึกษาภายใต้กรอบของเอเปค ครั้งที่ ๕ ที่สาธารณรัฐเกาหลี นอกจากนี้ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา ได้หารือความร่วมมือด้านการศึกษากับเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เช่น นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐอิรัก สาธารณรัฐเกาหลี รัฐกาตาร์ อุปทูตฯ แคนาดา อุปทูตฯ จีน เยอรมนี รวมทั้งคณะผู้แทนคณะกรรมการวัฒนธรรมเศรษฐกิจญี่ปุ่น

อัจฉริยะสร้างได้ ในระดับนานาชาติได้คัดเลือกเด็กและเยาวชนปัญญาเลิศ ๒๗ คน จากชั้น ป.๕-ม.๖ ที่มีระดับไอคิว ๑๓๐ ขึ้นไป เพื่อไปแข่งขันความสามารถที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ในด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และอื่นๆ ซึ่งจะช่วยสร้างให้เด็กมีความเป็นผู้นำ และนักเรียนได้ค้นหาความถนัดของตนเองในทุกๆ สาขา ส่วนในระดับชาติได้มีสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากต่างประเทศและระดับชาติ เช่น เครื่องกายภาพบำบัดข้อเข่าและสะโพก ของวิทยาลัยเทคนิคแพร่ ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองจาก Seoul International Invention Fair 2010 เครื่องขจัดสิ่งอุดตันท่อน้ำ ของวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร และกระเป๋าผ้าเน็คไท ของวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา ส้วมเคลื่อนที่ ของวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี เครื่องตัดลวดรัดต้นยางพาราอัตโนมัติ ของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ได้ส่งเสริมสนับสนุนเด็กไทยก้าวไกลในระดับโลกในด้านต่างๆ เช่น ด้านดาราศาสตร์ ได้จัดการแข่งขันดาราศาสตร์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ ๙ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ ด้านดนตรี ได้นำคณะนักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์โลก ปี ๒๕๕๕ ที่ประเทศแคนาดา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ด้านวิชาการโอลิมปิก ได้นำคณะผู้แทนประเทศไทย เข้ารับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลทั้งหมด ๔๐๖ รางวัล คือ เหรียญทอง ๘๘ เหรียญ เหรียญเงิน ๑๔๗ เหรียญ เหรียญทองแดง ๑๒๘ เหรียญ

อินเทอร์เน็ตตำบลและหมู่บ้าน ได้จัดตั้ง กศน.ตำบล เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ประชาชนได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ จัดให้มีศูนย์ ICT เพื่อส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้สำหรับประชาชน โดยได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานที่ศูนย์ ICTกศน.ตำบล เช่น กศน.ตำบลบ้านใต้ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕

บ้านหนังสืออัจฉริยะ ได้ให้ กศน.ดำเนินการจัดซื้อหนังสือมีคุณภาพและร่วมสร้างระเบียบวินัยในการใช้ห้องสมุดเพื่อส่งเสริมการอ่านหนังสือของประเทศนั้น ขณะนี้ได้รับการอนุมัติงบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท เพื่อจัดหาหนังสือพิมพ์ หนังสือรายปักษ์ และรายสัปดาห์ เข้าไปไว้ในบ้านหนังสือที่จะตั้งขึ้นในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นปี ๒๕๕๖ จำนวน ๔๐,๐๐๐ หมู่บ้าน และจะขยายจนครบ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านในปีต่อไป ในส่วนของพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนให้คนในพื้นที่อ่านหนังสือเพิ่มพูนความรู้ โดย กศน.จะจัดตั้งบ้านหนังสือให้ครบทุกหมู่บ้านภายในปีนี้

โรงเรียนในโรงงาน เร่งรัดจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาทวิภาคี “โรงเรียนในโรงงาน” และ “โรงงานในโรงเรียน” ด้วยการจัดตั้งบริษัทหรือสถานประกอบการในสถานศึกษา เช่น ROI-ET Technical College ซึ่งยกโรงงานมาไว้ในโรงเรียน และอาชีวะระบบทวิภาคีของ สอศ.ที่ให้สถาบันอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๘ แห่ง ร่วมมือกับสถานประกอบการเอกชน นำชิ้นส่วนงานและเครื่องจักรกลไปตั้งในสถานศึกษา ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและมีรายได้ การศึกษาแบบทวิภาคี “โรงเรียนในโรงงาน” จึงถือเป็นรูปแบบใหม่ของการศึกษา ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงในสถานที่จริง ให้นักศึกษาได้ประสบการณ์จากการทำงานจริง และมีโอกาสในการเข้าทำงานในสถานประกอบการมากขึ้น จึงเสมือนเป็นพนักงานของบริษัทนั้นๆ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ค่าตอบแทน ที่พัก มีระบบประกันสังคม และมีโอกาสสูงที่สถานประกอบการนั้นๆ จะรับเข้าทำงานในอนาคต

อาชีวะไทยก้าวไกล ใช้เทคโนโลยี ได้มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะเทียบโอน ปวช. และ ปวส. ซึ่งมีการพัฒนาชุดการเรียนสำหรับเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ สำหรับผู้ทำงานที่จบการศึกษา ม.๓ และ ม.๖ เพื่อยกระดับให้ได้วุฒิ ปวช. และ ปวส. หรือโครงการภาษาอังกฤษกินได้สำหรับประชาชน ที่ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน ในด้านอาชีวศึกษาเกษตรได้จัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรนำร่อง ๔ สถาบัน และจัดทำโครงการสำคัญ เช่น โครงการเพิ่มผลผลิตเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พัฒนางานฟาร์มและห้องปฏิบัติการมีชีวิต พัฒนานักศึกษาเกษตรแกนนำระดับประเทศและระดับชาติ ต่อยอดความร่วมมืออาชีวศึกษาเกษตรกับต่างประเทศ และทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอื่น ตลอดจนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์เพื่อการเกษตรและนำเทคโนโลยีชั้นสูงที่สอดคล้องกับภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศไทย ในขณะเดียวกัน แม้จะจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ในความเป็นจริง ยังมีนักศึกษาอาชีวะส่วนน้อยทั้งรัฐและเอกชน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง จึงได้มีนโยบายที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทแบบเบ็ดเสร็จ โดยได้หารือกับกองทัพบก เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ และหารือกับผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นต้น

สร้างพลังครู ได้เปิดโครงการตามนโยบายสร้างพลังครู เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ เพื่อพัฒนาผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. และ สอศ. ได้เข้ารับการพัฒนาก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ก่อนปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งใหม่ นอกจากนี้ ได้ให้นโยบายในการสร้างพลังครู เช่น ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ด้วย

หลักสูตรคิดเป็น ทำเป็น โดยขอให้ลดหลักสูตรที่เน้นการท่องจำลง ให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ ใช้ปัญญาและจินตนาการอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งนี้ ได้ให้แนวทางดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญ เช่น ในการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ :สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เน้นถึงเป้าหมายพัฒนาคนให้มีศักยภาพ เต็มความสามารถ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นพื้นฐานในการส่งเสริมการเรียนรู้ และในการประชุมมอบนโยบายที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้ให้นโยบายว่า ศธ.ต้องการให้เด็กรุ่นต่อไปได้คิด มีจินตนาการ ไม่ยากจนเหมือนสมัยรุ่นพ่อแม่ และจะต้องมีความคิดที่แตกต่าง สำหรับการปรับเวลาของการเรียนการสอน ต้องการให้โรงเรียนสอนเนื้อหาเพียงครึ่งชั่วโมง อีกครึ่งชั่วโมงให้การถกเถียง แลกเปลี่ยน โดยมีเป้าหมายให้มันสมองของเด็ก ซึ่งกำลังแตกตัว ได้เบ่งบาน บินได้ หรือที่เรียกว่า Fly

โรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นนโยบายสำคัญของ ศธ.ในการระดมสรรพกำลัง เพื่อสร้างความร่วมมือกับองค์กรและเครือข่าย ให้ร่วมกันขับเคลื่อนมุ่งไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโรงเรียนสู่คุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งโรงเรียนร่วมพัฒนาอาจเป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาในระดับเดียวกัน หรือเครือข่ายร่วมพัฒนาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับสากลระหว่างประเทศ โดยเครือข่ายร่วมพัฒนามีหลากหลายรูปแบบ เช่น เครือข่ายร่วมพัฒนาตามพื้นที่ เป็นการจำแนกโรงเรียนร่วมพัฒนาตามสภาพพื้นที่ภูมิศาสตร์, เครือข่ายกลุ่มร่วมพัฒนา ประกอบด้วยโรงเรียน ๒ โรงเรียนหรือมากกว่านั้นในท้องถิ่นเดียวกันเครือข่ายร่วมพัฒนาที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นการร่วมพัฒนาระหว่างโรงเรียนที่มีวาระการพัฒนาหรือวัตถุประสงค์เฉพาะร่วมกัน เช่น กลุ่มโรงเรียนเน้นความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย กลุ่มEducation Hub เป็นต้น และเครือข่ายที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ เป็นการรวมกลุ่มเพื่อให้ความช่วยเหลือร่วมมือกันตามอัตลักษณ์ร่วมของโรงเรียน เช่น กลุ่มโรงเรียนเทิดพระเกียรติฯ กลุ่มเฉลิมพระเกียรติฯ กลุ่มโรงเรียนอนุบาลจังหวัด เป็นต้น อีกรูปแบบที่สำคัญของโรงเรียนร่วมพัฒนาในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก คือ การนำ “แก่งจันทร์โมเดล” เป็นรูปแบบในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะเป็นรูปแบบที่ช่วยให้โรงเรียนประสบความสำเร็จจนสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะผลสอบ O-Net ป.๖ ของโรงเรียนในเครือข่ายแก่งจันทร์โมเดลสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาทุกรายวิชา

ศูนย์อบรมอาชีวศึกษา โดยได้จัดตั้งศูนย์อบรมอาชีวศึกษา เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน พร้อมให้บริการเพื่อการเรียนรู้และหาประสบการณ์เบื้องต้นก่อนไปประกอบอาชีพ ส่งเสริมการฝึกอาชีพตามปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดยเปิดฝึกสอนอาชีพ ๗๕ ชั่วโมง ให้กับประชาชนที่ไม่มีงานทำ ผู้ถูกเลิกจ้างงาน ผู้กำลังอยู่ในข่ายเลิกจ้าง ผู้สำเร็จการศึกษาที่ยังไม่มีงานทำ และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งให้ความรู้การเป็นผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชนให้มีความรู้ ทักษะวิชาชีพเพิ่มขึ้น เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน

ตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ครม.ได้เห็นชอบการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ให้รวมสถาบันอาชีวศึกษา จำนวน ๑๖๑ แห่ง จัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาแบบกลุ่มจังหวัด ๑๙ แห่ง ซึ่งจัดตั้งครอบคลุมพื้นที่ใน ๕ ภูมิภาค เพื่อส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ และสนับสนุนการผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดการค้าและการลงทุนเน้นความร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพตามมาตรฐานสากล ในขณะเดียวกันได้จัดทำกรอบคุณวุฒิการศึกษาวิชาชีพระดับสาขาวิชา เพื่อพัฒนาสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ซึ่งในปี ๒๕๕๕ ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรในประเภทวิชาต่างๆ จำนวน ๒๘ สาขาวิชา เพื่อสร้างผู้เรียนสายอาชีพให้มีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพดังกล่าว

เทียบโอนประสบการณ์สายอาชีพ จบ ปวช.ได้ใน ๘ เดือน ในปัจจุบันกลุ่มประชาชนที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ เป็นผู้ที่จบชั้น ม.๓ จำนวนกว่า ๔ ล้านคน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน ๑.๒ ล้านคน บุคคลเหล่านี้มีความต้องการที่จะได้วุฒิ ปวช. โดยการเทียบโอนผลการเรียนและความรู้และประสบการณ์งานอาชีพ ในรายที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ๓-๕ ปี สามารถจัดทำหลักสูตรเฉพาะตามมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานรายวิชาของหลักสูตร ปวช. เป็นชุดการเรียนวิชาชีพหรือ Module สมรรถนะอาชีพ ที่สอดคล้องกับงานที่ทำ ซึ่งสามารถจัดการเรียนการสอนให้ได้สมรรถนะอาชีพอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานโดยใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๘ เดือน เมื่อได้พัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนวิชาชีพแล้วจะจัดทำเป็นหลักสูตร ปวส. และ ม.๖ ต่อไป

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ครูสอบวัดผลผ่านไม่ถึงครึ่งแห่ซ่อม

ที่มา  :  เดลินิวส์  วันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2555  เวลา 17:22 น.

วันนี้ (7ส.ค.) รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากที่ สทศ.เปิดรับสมัครทดสอบสมรรถนะครูทางด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ 2555 ครั้งที่ 2 วันที่  18 ส.ค.นี้ มีผู้สมัคร   8,528 คน ผู้สมัครเพิ่มขึ้นมากจากสมัครสอบครั้งที่ 1 ที่มีเพียง  2,302 คน  ดังนั้น สทศ.เปิดสนามสอบเพิ่มขึ้นในจังหวัดที่มีผู้สมัครสอบมากกว่า 300 คน  จากเดิมมีสนามสอบ 4 จังหวัดหลัก คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และกรุงเทพมหานคร  เพิ่มอีก 8 จังหวัด นครสวรรค์ นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา สระแก้ว  ฉะเชิงเทรา  หนองคายและบุรีรัมย์  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าสอบมากที่สุด

รศ.ดร.สัมพันธ์  กล่าวต่อไปว่า  จากจำนวนครูที่เข้าสอบมากขึ้น  แสดงว่าครูให้ความสนใจในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน  รวมทั้งยังรองรับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในการนำคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต มาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษา จะต้องทำให้การวัดและประเมินการเรียนของนักเรียนมีมาตรฐานเท่าเทียมกันทั่วประเทศด้วย 

สำหรับผลการทดสอบสมรรถนะครูทางด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ครั้งที่ 1พบว่ามีครูที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์เกินร้อยละ  60 จำนวน 743 คน หรือแค่ 30 % จากผู้เข้าสอบ  2,055 คน   ขณะที่ช่วงคะแนนสอบที่ครูทำได้มากที่สุดคือ30.01-40.00 จำนวน   1,185  คน  หรือร้อยละ  57.66  ของผู้เข้าสอบ ดังนั้นครูจะต้องปรับการวัดและประเมินผลการเรียน โดยนำผลสอบโอเน็ตของนักเรียนมาช่วยปรับปรุงจุดเด่นจุดด้อยการเรียนการสอนด้วย  เพื่อให้การวัดและประเมินผลการเรียนมีมาตรฐานมากขึ้น.