Tag Archive | ทุจริต

DSIแนะศธ.ถอนครูผู้ช่วย 344รายทุจริตชัด

ที่มา   :  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2556

“ธาริต”ส่งหนังสือถึงสพฐ.สั่งให้เพิกถอนการบรรจุ 344 คน ทุจริตสอบครูผู้ช่วย แนะให้รีบเข้าพบพนักงานสอบสวนด่วน ด้าน “พงศ์เทพ” หารือ ก.ค.ศ. หาข้อสรุปโทษทางวินัย 17 พ.ค.นี้

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า วันนี้ (15 พ.ค.) นายอำพร ทวรรณกุล ผอ.โรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ จ.นครราชสีมา และนายสุเชาว์ ยะถีโล ครูผู้ช่วยโรงเรียนกงรถราษฎร์สามัคคี จ.นครราชสีมา เข้ารับทราบข้อกล่าวหา สำหรับนายอำพรได้แจ้งข้อหากระทำผิดตามมาตรา 188 กรณีเอาเอกสารข้อสอบไปจำหน่ายและเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ สพฐ. ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยนายอำพรยังให้การปฏิเสธและได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมบางส่วน ทั้งนี้แม้จะแจ้งข้อกล่าวหาแล้วแต่เนื่องจากนายอำพรเป็นข้าราชการพนักงานสอบสวนจึงให้ปล่อยตัว ซึ่งหลังจากนี้จะรวบรวมสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป

อย่างไรก็ตามดีเอสไอยืนยันว่าขณะนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนว่านายอำพรมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำข้อสอบออกมาขาย โดยพบว่ามีรายชื่อผู้สอบได้คะแนนสูงในพื้นที่จ.นครราชสีมา จำนวนมากถึง 48 ราย ในจำนวนนี้ 7-8 ราย ให้การยืนยันว่าซื้อข้อสอบมาจากนายอำพร ดังนั้น ดีเอสไอจะเรียกผู้เข้าสอบทั้ง 48 คนที่ได้คะแนนสูงในพื้นที่นครราชสีมาเข้าให้ปากคำ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอมีหนังสือถึงคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 119 เขต เพื่อให้พิจารณาดำเนินการยกเลิกการบรรจุบุคคล จำนวน 344 ราย โดยเห็นว่าบุคคลดังกล่าวกระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ โดยทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ ทั้งนี้ดีเอสไอจะได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อมีความเห็นทางคดี

นอกจากนี้ จะได้มีหนังสือเรียกผู้ที่เข้าสอบ จำนวน 344 ราย มาให้การต่อไป หากให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนจะกันไว้เป็นพยาน เช่น ซื้อเฉลยคำตอบจากใคร จ่ายเงินเท่าไร พาไปชี้ที่เกิดเหตุและเชื่อมโยงถึงตัวผู้บงการได้ แนะนำให้รีบเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงออกถึงการร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากล่าช้าดีเอสไอไม่จำเป็นต้องกันตัวไว้เป็นพยาน และจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุด นอกจากนี้ขอแนะนำให้รีบลาออกก่อนถูกเพิกถอนการบรรจุ เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินการทางวินัย ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะขออนุมัติออกหมายจับบุคคลที่อยู่ในขบวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วยด้วย

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในวันที่ 17 พ.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะมีมติหรือคำแนะนำอย่างไรไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ ในเรื่องของโทษทางกฎหมายนั้นดีเอสไอมีหน้าที่ในการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายซึ่งเป็นคดีอาญา ส่วนหน้าที่ของ ศธ.จะต้องดูว่าหากมีความผิดจริงจะมีโทษทางวินัยสถานใด ซึ่งจากข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอที่ผ่านรวมข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ค่อนข้างชัดเจนว่ามีกระบวนการทุจริตจริง

ดีเอสไอสอบ”ครูผู้ช่วย”เลิก4เขตพื้นที่

ดีเอสไอแถลงผลทุจริต”ครูผู้ช่วย” เลิก 4 เขตพื้นที่

cosline1

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17:41:20 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวข่าวคดีการทุจริตสอบครูผู้ช่วยว่า  โดยนายธาริต  กล่าวว่า  ในวันนี้ดีเอสไอได้สรุปรายงานผลการสืบสวนกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)  โดยผลการสืบสวนพบพยานหลักฐานปรากฏดังนี้ คือ 1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ขอนแก่น เขต 3  มีบุคคลเข้าสอบแทน  2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ขอนแก่น เขต 3 ผู้เข้าสอบได้เฉลยข้อสอบมาทั้ง 4 วิชา โดยมีการส่งข้อความมาทาง SMS แต่ผู้เข้าสอบไม่ได้นำเข้าไปในห้องสอบ  แต่ใช้วิธีท่องจำเข้าไป 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) อุดรธานี เขต 3 ผู้เข้าสอบได้นำเครื่องมือ สื่อสารเพื่อใช้ส่งสัญญาณเฉลยข้อสอบ และมีการนำเฉลยข้อสอบเข้าห้องสอบ  4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) ยโสธร เขต 1 ผู้เข้าสอบนำเฉลยข้อสอบเข้าไปในห้องสอบ  5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)นครราชสีมา เขต 2 ผู้เข้าสอบได้เฉลยข้อสอบมาทั้ง 4 วิชา แต่ไม่ได้นำเข้าไปในห้องสอบ   ใช้วิธีการท่องจำเข้าไป  6. จากการตรวจสอบคะแนนผู้ที่สอบได้ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ปรากฏว่าผลการสอบมีผู้ที่ทำคะแนนสอบได้สูงผิดปกติ จำนวน 486  ราย จากผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 9,242  ราย แต่สามารถบรรจุได้ จำนวน 2,161 ราย  

นายธาริต กล่าวว่า จากพยานหลักฐานดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่าการสอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 มีการทุจริตจริง ดังนั้น ดีเอสไอจึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการยกเลิกการสอบเฉพาะ พื้นที่ที่พบทุจริตชัดเจนดังกล่าว ได้แก่  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  ยโสธร เขต 1 , สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2  และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 3   พร้อมกันนี้ยังขอให้กระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องพิจารณาคะแนนของผู้ที่ว่ามีคะแนนสูงผิดปกติหรือไม่ เพื่อประอบการยกเลิกต่อไปด้วย

นายธาริต ยังกล่าว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ เชื่อว่าการทุจริตสอบครูผู้ช่วยในครั้งนี้ มีการกระทำเป็นขบวนการระหว่าง เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและผู้เข้าสอบ และมีการเตรียมการมาตั้งแต่ต้น ทั้งในส่วน เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและผู้เข้าสอบ โดยมีการเตรียมการมาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ เพื่อให้มีอำนาจในการสอบสวนเชิงลึกดีเอสไอจะเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อมีมติให้กรณีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของสพฐ. เป็นคดีพิเศษ ในวันที่ 27 มี.ค.นี้  เมื่อรับเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีอาญาได้อย่างเต็มที่แล้วดีเอสไอจะแจ้งให้กระทรวงศึกษาเข้าร้องทุกข์อย่างเป็นทางการด้วย  โดยการดำเนินคดีอาญาไม่จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบทางวินัย  

ด้านนายเสริมศักดิ์  กล่าวว่า   เดินทางมาขอรับผลการสืบสวนตามที่เคยร้องขอให้ตรวจสอบ  เนื่องจากในวันที่ 22 มี.ค.นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งจะนำผลสอบของดีเอสไอไปประกอบการพิจารณากับข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดูว่าใน 4 เขตนั้นมีการทุจริต ตรงกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นข้อมูลทั้ง 4 เขตของดีเอสไอและกระทรวงศึกษาธิการตรงกัน  แต่การพิจารณาว่าจะยกเลิกทั้งเขตหรือไม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

เมื่อถามถึงกรณีตรวจสอบข้อสอบรั่ว นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีสรุปแน่นอน แต่ข้อสอบรั่วมีแน่ เพราะครั้งนี้เป็นตำแหน่งวิชาเอก 30 วิชา  วิชาร่วมมี 3 วิชา  ดังนั้น การที่ข้อสอบจะคงรั่วหลายเขต

ปทุมฯโผล่สอนไม่เป็น 5คผช. 3ใน5ได้ที่1

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:45:52 น.

735156_526183240767096_80435884_n

จากกรณีที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา ระบุว่าได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ว่าผู้ที่สอบได้ลำดับที่ 1 ในวิชาเอกคอมพิวเตอร์ และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ ทำการสอนไม่ได้ ซึ่งสะท้อนว่าคนที่สอบครูผู้ช่วยได้ครั้งนี้อาจไม่ใช่คนเก่งจริงนั้น

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายพิทยา ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ผอ.สพม.) เขต 4 ซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบครูผู้ช่วยที่บรรจุในโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พบเบื้องต้นมีปัญหาไม่สามารถสอนนักเรียนได้ถึง 5 คนแล้ว โดยเป็นคนที่สอบได้คะแนนสูงสุดในลำดับที่ 1 ของ จ.ปทุมธานี ถึง 3 ราย และเป็นครูมาจากต่างถิ่น ส่วนใหญ่มาจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รุกขยายลงมาถึง จ.ปทุมธานี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อโรงเรียนและชื่อครูผู้ช่วยเหล่านี้ได้

“เป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก ที่ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงเป็นลำดับที่ 1 มาจากครูสอนระดับประถมศึกษา ส่วนคนที่สอนอยู่ระดับมัธยมศึกษากลับสอบไม่ติด ทั้งนี้ ทราบว่ามีผู้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้หลายรายได้เสียเงินคนละหลายแสนบาท เพื่อสอบเข้ามาเป็นครูผู้ช่วย” นายพิทยากล่าว และว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ สพม. เขต 4 ได้รวบรวมข้อมูลความผิดปกติเกี่ยวกับครูผู้ช่วยรายงานไปยัง ศธ. เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประเด็นที่ได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯได้ตรวจสอบในกรณีที่มีผู้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้รวมกว่า 18,000 คน แต่มีผู้เข้าสอบจริงประมาณ 9,000 คนเท่านั้น ที่เหลือประมาณครึ่งหนึ่งไม่มาสอบ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบดูว่า มาจากสาเหตุอะไร เกิดอะไรขึ้น เพราะเบื้องต้นมีกระแสข่าวว่าคนที่ไม่มาสอบเหล่านี้รู้ว่ามีขบวนการทุจริต จึงไม่มาสอบ เพราะสอบไปก็สู้คนที่ทุจริตจ่ายเงินไม่ได้

นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า มีผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกและได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยบางคน สอบได้คะแนนในภาพรวมอันดับที่ 800 กว่า และสอบได้คะแนนศูนย์ในบางชุดวิชา จากทั้งหมด 4 ชุดวิชา จึงได้ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯไปตรวจสอบว่า ทำไมจึงได้รับการบรรจุ ซึ่งทราบว่ามีหลายคนที่ได้คะแนนในลักษณะนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวมีกลุ่มนักการเมืองระดับชาติที่อยู่ในขบวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย ลงขันกันจ่ายเงินเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.นั้น ก็ได้ยินมาเหมือนกัน โดยมีผู้หวังดีมาบอกว่า มีคนเตรียมการเรื่องนี้อยู่ ซึ่งตนกำลังให้ตรวจสอบหาข้อมูลอยู่ว่าเป็นจริงหรือไม่

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า เรื่องการพิจารณายกเลิกผลการสอบครูผู้ช่วย เนื่องจากปัญหาการทุจริตนั้น โดยหลักการผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมาโดยไม่ถูกต้องจะต้องถูกดำเนินการ ในกรณีไหนที่ชัดเจน มีหลักฐานว่าได้รับการคัดเลือกมาอย่างไม่ถูกต้อง จะต้องมีกระบวนการที่ไม่ให้คนเหล่านี้มีสิทธิเป็นข้าราชการครู ซึ่งต้องขอดูรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ก่อน เช่น ในพื้นที่หนึ่งมีผู้ที่สอบบรรจุได้ แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าไม่ได้สอบด้วยความรู้ ความสามารถของตัวเอง ถามว่าจะแยกแยะได้หรือไม่ว่าคนที่เหลือในพื้นที่สอบด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง เพราะมีข้อมูลว่าในบางพื้นที่พบคนที่สอบไม่ได้อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต โดยรู้ข้อสอบก่อน และมีคะแนนสูงผิดปกติเช่นกัน หากเป็นลักษณะนี้จะให้ยกเลิกผลการสอบของคนที่ได้รับบรรจุมาอย่างไม่ถูกต้อง แล้วเลื่อนอันดับมาบรรจุผู้สอบได้ในลำดับถัดไป ซึ่งมาอย่างไม่ถูกต้องเช่นกัน ก็คงจะบรรจุให้ไม่ได้ ฉะนั้น ทั้งหมดนี้ต้องขอดูรายละเอียดแล้วพิจารณาว่า จะให้ความเป็นธรรมกับคนที่สอบได้ด้วยความรู้ความสามารถของตนเองอย่างไร

“ที่พูดกันว่าผู้ที่ทุจริตการสอบในคราวนี้ จะต้องชดใช้ความเสียหายทางแพ่งด้วยหรือไม่นั้น จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายละเมิดหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นตัวอย่างว่า การอ้างว่ามีทุจริตแล้วยกเลิกการสอบจะเรียกค่าจัดการสอบจากคนทุจริตได้ เพราะถือว่าใครที่ทุจริตก็จะตัดสิทธิไป แต่การทุจริตบางกรณี เช่น ขโมยข้อสอบไป ทำให้ผู้เข้าสอบคนอื่นเสียหาย ต้องเดินทางมาสอบหลายรอบ ก็อาจจะเรียกข้อหาละเมิดจากคนขโมยข้อสอบได้ แต่กรณีการทุจริตสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ไม่ใช่” นายพงศ์เทพกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณาโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีข้อมูลว่าเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า หากดูข้อมูลหลักฐานแล้วว่าจะกระทบต่อการสอบสวน ก็จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอผลการสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อน และจะได้หารือร่วมกับนายเสริมศักดิ์ในฐานะที่กำกับดูแล สพฐ.ต่อไป แต่ขณะนี้ยังพูดอะไรไม่ได้