Tag Archive | อบรม

สพฐ.แจงครูอบรมธรรมกายพัฒนาอีคิว

ที่มา  :   ข่าวสด   ฉบับวันที่ 27 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

             นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวชี้แจงกรณีข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้องเรียนกับมูลนิธิแห่งหนึ่งว่า  ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งให้เข้าร่วมกิจกรรม  “การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม โครงการโรงเรียนในฝัน รุ่นครูทั้งโรงเรียน”      ซึ่งเป็นการอบรมจริยธรรมกับเครือข่าย วัดพระธรรมกาย ว่า  โครงการนี้สพฐ.จัดร่วมกับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ  และมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเพื่อศีลธรรม  จึงไม่ใช่การจัดร่วมกับวัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการอบรมปฏิบัติธรรมที่วัด สำนัก หรือศูนย์ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 52 แห่ง

        ส่วนวัตถุประสงค์หลักนั้น  เนื่องจากสพฐ.ต้องการเปลี่ยนแนวคิด จากเดิมที่โรงเรียนหนึ่งมีครูแค่ 1 คนรับผิดชอบ เป็นเน้นให้ครูทุกคนมีบทบาทในการส่งเสริมศีลธรรม 

          เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้ารับการอบรมว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ฉะนั้นก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไร  ควรเข้าร่วมกิจกรรมก่อน  แล้วค่อยนำข้อเท็จจริงจากผลการอบรมมาวิจารณ์  ถึงจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่านี้   ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีการสั่งการให้ปิดการเรียนการสอนเพื่อให้ครูมาเข้าร่วมโครงการนั้น ขอชี้แจงว่า  เป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  ต้องหารือถึงความเหมาะสม แต่หากพบปัญหาติดขัด ก็ต้องไปปรับเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน 

“ยืนยันว่าโครงการนี้ เน้นพัฒนาให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีอีคิว  ตลอดจนพฤติกรรมความประพฤติที่พึงประสง ค์ แต่ที่ผ่านมา เรามักจะโยน ความรับผิดชอบให้ครูเพียงคนเดียว  ซึ่งสุดท้ายแล้วจึงไม่มีพลังที่จะแก้ไขปัญหา  แต่หากเป็นครูทั้งโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงที่สพฐ.คาดหวังคงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก”  นายชินภัทรกล่าว

สพฐ.ทุ่มโอเน็ตสูงไม่ทำผลงานวิทยฯ

สพฐ.ทุ่มงบฯรร.ตามคะแนนโอเน็ต ค่าเฉลี่ยสูงไม่ต้องทำผลงานขอวิทยฐานะ

ที่มา  :  เดลินิวส์  

 ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ทั้ง 8 วิชา ของนักเรียน ป.6 ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. เมื่อปีการศึกษา 2554 เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยคะแนนโอเน็ตระดับประเทศที่จัดทำโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) พบว่า จากจำนวนนักเรียน ป.6 ของ สพฐ.ที่เข้าสอบ 543,815 คน ในโรงเรียน 28,290 แห่งนั้น นักเรียนของ สพฐ.ทำคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 48.58 คะแนน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยระดับประเทศอยู่ที่ 49.36 คะแนน และเมื่อจำแนกเป็นรายโรงเรียนก็พบว่ามีโรงเรียนที่อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศถึง 16,294 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 11,995 โรง

ดร.ชินภัทร กล่าวต่อไปว่า เมื่อแยกเป็นรายวิชา พบว่า

ภาษาอังกฤษ    ค่าเฉลี่ยที่ 38.37        มีโรงเรียนถึง 18,681 โรงที่มีคะแนนโอเน็ตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 9,609 โรง

ภาษาไทย         ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50.04  มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16,290 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12,000 โรง

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม    ค่าเฉลี่ย 52.22  มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16,432 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 11,858 โรง

คณิตศาสตร์     ค่าเฉลี่ย 52.40           มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 15,448 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12,842 โรง

วิทยาศาสตร์    ค่าเฉลี่ย 40.82            มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 17,076 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 11,214 โรง

สุขศึกษาและพลศึกษา ค่าเฉลี่ย 58.87  มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 14,780 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 13,509 โรง

ศิลปะ                  ค่าเฉลี่ย 46.75           มีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16,169 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12,120 โรง

การงานอาชีพและเทคโนโลยี ค่าเฉลี่ย 55.38 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 15,478 โรง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12,811 โรง

และเมื่อแยกตามเขตพื้นที่การศึกษาพบว่าคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กาฬสินธุ์ เขต 1 ค่าเฉลี่ย 57.41, ยโสธร เขต 1 ค่าเฉลี่ย 57.00 และขอนแก่น เขต 5 ค่าเฉลี่ย 56.86 ส่วนเขตพื้นที่ฯ ที่ได้คะแนนต่ำสุด ได้แก่ ยะลา เขต 3 เฉลี่ย 36.51, ปัตตานี เขต 1 เฉลี่ย 37.34 และ ยะลา เขต 2 เฉลี่ย 37.98

ดร.ชินภัทร กล่าวอีกว่า การวิเคราะห์ผลคะแนนโอเน็ตทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาครู ซึ่งต่อไป    สพฐ.จะไม่อุดหนุนงบฯ ให้ทุกโรงเรียนในสูตรเดียวกัน แต่จะจัดสรรแบบ “สั่งตัด” เพื่อให้เหมาะสมกับเขตพื้นที่และโรงเรียนแต่ละแห่ง ซึ่งเมื่อเรามีกราฟให้เห็นชัดเจนแล้ว

สพฐ.จึงได้เตรียมเสนอหลักเกณฑ์การประเมินเข้าสู่วิทยฐานะแบบใหม่ให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้พิจารณา เพื่อขอให้ครูในโรงเรียนที่มีค่าเฉลี่ยโอเน็ตสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศในระดับเปอร์เซ็นต์ไทล์ แร๊งค์ (Percentile Rank) ที่ 70 ไม่ต้องทำผลงานวิชาการเล่มหนา ๆ เพื่อการประเมินเลื่อนวิทยฐานะ เพราะถือว่าครูเหล่านี้ มีผลงานการสอนที่ประสบความสำเร็จแล้ว และจะดึงมาเป็นวิทยากรอบรมครูอื่น ๆ ด้วย. 

สพฐ.วิเคราะห์คะแนน O-Net ป.6 พบต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทุกวิชา

ที่มา  :     ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 กันยายน 2555 17:18 น.

สพฐ.วิเคราะห์ O-Net ชั้น ป.6 ใช้ค่าเฉลี่ยระดับประเทศลากเส้นแบ่งกลุ่มโรงเรียน พบ ร.ร.ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในทุกวิชา โดยเฉพาะ “ภาษาอังกฤษ” มี ร.ร.อยู่ใต้เส้นมากสุด เตรียมนำผลคะแนน O-Net เชื่อมโยงการประเมินความดีความชอบ หวังกดดันให้ครู ร.ร.ตั้งใจพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก และใช้เป็นนัยยะพิจารณาจัดสรรงบประมาณ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้วิเคราะห์คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-Net  โดยนำค่าเฉลี่ยคะแนน O-Net ระดับประเทศมาลากเส้นแดงเพื่อดูว่า มีโรงเรียนที่อยู่บนเส้นและใต้เส้นจำนวนเท่าใด โดยเริ่มวิเคราะห์จากคะแนนO-Netระดับชั้น ป.6  ซึ่งมีนักเรียนเข้าสอบ O-Net จำนวนทั้งสิ้น 28,290 คน  ส่วนค่าเฉลี่ยคะแนน O-Net รวมทุกวิชาระดับ ป.6  อยู่ที่ 49.36 คะแนน

ทั้งนี้ พบว่า มีโรงเรียนที่อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว จำนวน 16,294 โรง และโรงเรียนที่อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,995 โรง เมื่อแยกเป็นรายวิชา พบว่า วิชาภาษาอังกฤษ มีจำนวนโรงเรียนที่ได้คะแนน O-Net ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากที่สุด  18,681  โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ยจำนวน 9,609 โรง  ขณะที่ค่าเฉลี่ยวิชานี้อยู่ที่ 38.37  คะแนน ส่วนวิชาภาษาไทย  ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50.04 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,290 โรง และโรงเรียนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน  12,000 โรง, วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ค่าเฉลี่ย 52.22 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,432 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,858 โรง วิชาคณิตศาสตร์ ค่าเฉลี่ย 52.40  มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 15,448 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 12,842 โรง, วิชาวิทยาศาสตร์ ค่าเฉลี่ย 40.82 มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 17,076 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 11,214 โรง, วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ค่าเฉลี่ย 58.87  มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 14,780 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวนจำนวน 13,509 โรง, วิชาศิลปะ ค่าเฉลี่ย 46.75  มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 16,169 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน จำนวน 12,120 โรง และวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ค่าเฉลี่ย 55.38  มีโรงเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 15,478 โรง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน จำนวน 12,811 โรง

นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ผลคะแนนแยกตามเขตพื้นที่การศึกษา พบว่า 10 เขตพื้นที่การศึกษาที่มีคะแนน O-Net สูงสุด  10 อันดับ ดังนี้ อันดับ 1  กาฬสินธุ์ เขต 1 ค่าเฉลี่ย 57.41 อันดับที่ 2 ยโสธร เขต 1 ค่าเฉลี่ย 57.00 คะแนน อันดับที่ 3 ขอนแก่น เขต 5 ค่าเฉลี่ย 56.86 คะแนน อันดับที่ 4 ร้อยเอ็ด เขต 2 ค่าเฉลี่ย 56.55 คะแนน อันดับที่ 5 ศรีสะเกษ เขต 2 ค่าเฉลี่ย 59.95 คะแนน อันดับที่ 6 ศรีสะเกษ เขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.86 คะแนน อันดับที่ 7 หนองคาย เขต 1 คะแนน 55.85 คะแนน อันดับที่ 8 ชัยนาท เขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.37 คะแนน อันดับที่ 9 อุดรธานี เขต 4 ค่าเฉลี่ย 55.32 คะแนน และอันดับที่ 10 พิจิตร เขต 1 ค่าเฉลี่ย 55.19 คะแนน

นายชินภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้คะแนน O-Net ต่ำสุดนั้น   ส่วนใหญ่เป็นเขตพื้นที่การศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่การศึกษาในภาคเหนือ ดังนี้   แม่ฮ่องสอน เขต 1 ค่าเฉลี่ย 40.65 นราธิวาส เขต 3 ค่าเฉลี่ย 40.49 คะแนน เชียงใหม่ เขต 6 ค่าเฉลี่ย 39.97 คะแนน เขต 2 ค่าเฉลี่ย 39.93 คะแนน เชียงใหม่ เขต 5  ค่าเฉลี่ย 39.04 คะแนน ตาก เขต 2 ค่าเฉลี่ย 38.97 คะแนน แม่ฮ่องสอน เขต 2 คะแนน 38.75 คะแนน ยะลา เขต 2 ค่าเฉลี่ย 37.98คะแนน ปัตตานี เขต 1 ค่าเฉลี่ย 37.34 คะแนน และ ยะลา  เขต 3 ค่าเฉลี่ย 36.51 คะแนน

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ผลคะแนน O-Net นั้น ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาครู   ต่อไป สพฐ.จะไม่อุดหนุนงบประมาณให้ทุกโรงเรียนในสูตรเดียวกัน   แต่จะจัดสรรงบประมาณแบบ “สั่งตัด” ให้เหมาะสมกับเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนแต่ละแห่ง   เขตพื้นที่การศึกษาที่ได้คะแนนต่ำสุด 10 อันดับ  ก็จะต้องมีแผนปฏิบัติเข้าไปยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน   โดยได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ของ สพฐ.ไปศึกษารายละเอียดและจัดทำแผนปฏิบัติการดังกล่าง  ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ.กาฬสินธุ์ เขต 1 ที่ได้คะแนน O-Net สูงสุดนั้น   จะดึงมาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลให้กับเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ขณะเดียวกัน สพฐ.จะเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ในการประเมินเข้าสู่วิทยฐานะใหม่ แก่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะมีการประชุมปลายเดือนนี้ ขอให้ครูในโรงเรียนที่ค่าเฉลี่ย O-Net สูงกว่าเส้นเขียว หรือค่าเปอร์เซ็นไทล์แร็ง ที่ 70 นั้น  ไม่ต้องทำงานวิชาการเล่มหนาเพื่อประเมินเลื่อนวิทยฐานะ  เพราะถือว่าครูเหล่านี้ มีผลงานทางการสอนที่ประสบความสำเร็จ และจะดึงมาเป็นวิทยากรอบรมครูอื่นๆ ด้ว

สพฐ.อบรมTablet“ครูป้า”ไม่ทัน

สพฐ.อบรมครูใช้แท็บเล็ตเจอปัญหา “ครูป้า” ไม่ทันเทคโนโลยี

 ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 สิงหาคม 2555 15:19 น


แท็บเล็ตล็อต 3 กว่า 6 หมื่นเครื่องถึงไทยเข้าคิวรอตรวจสอบแล้ว ส่วนล็อต 2 เริ่มจัดส่งตั้งแต่ต้นสัปดาห์ขณะที่ล็อต 3 คาดจัดส่งได้สัปดาห์ถัดไป ขณะที่ ผอ.สทร.รับการอบรมมีปัญหาล่าช้า เพราะครู ป.1 ส่วนใหญ่เป็น ครูป้า อาจจะล่าช้าในการเรียนรู้เทคโนโลยี ยันเร่งมืออบรมเตรียมพร้อมให้ครูสอนเด็กด้วยแท็บเล็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาด อบรมแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทพัสดุภัณฑ์ไทย จำกัด ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้จัดส่งเครื่องแท็บเล็ตตามโครงการ One Tablet per Child ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทั่วประเทศ ได้ทยอยจัดส่งเครื่องแท็บเล็ต ล็อต 2 จำนวน 73,000 เครื่อง ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจรับของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที ) แล้ว โดยเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ไปยังจังหวัดลำดับถัดไป ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายก และ นครปฐม

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม ได้มีการจัดส่งแท็บเล็ตไปแล้วกว่า 100,000 เครื่อง จากยอดสั่งซื้อทั้งหมด ประมาณ 800,000 เครื่อง โดยจัดส่งล็อตแรกไป 55,000 เครื่อง ล็อต 2 จำนวน 73,000 เครื่อง และขณะนี้ แท็บเล็ต ล็อต 3 อีกจำนวน 63,000 เครื่อง มาถึงไทยแล้ว กำลังรอเข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจรับของไอซีที คาดว่า จะตรวจสอบเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และเริ่มจัดส่งได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจังหวัดที่จะได้รับแท็บเล็ต ล็อต 3 ได้แก่ นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นนทบุรี นราธิวาส น่าน บึงกาฬ และบุรีรัมย์

ด้านนายเอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนแทน (สทร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้เร่งจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตเต็มที่ คาดว่า จะกระจายเครื่องแทบเล็ตในระยะ 1 จำนวน 380,000 เครื่อง ได้ครบถึงจังหวัดอุบลราชธานี ภายในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ จะช้าหรือเร็วก็ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาการสุ่มตรวจเครื่องแท็บเล็ต และการตรวจรับของไอซีทีด้วย ส่วนการเตรียมพร้อมให้ครูนั้น ขณะนี้วิทยากรแกนนำขั้นเทพที่ สพฐ.ได้ทำการอบรมไปแล้วนั้น กำลังเริ่มอบรมศึกษานิเทศก์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดพิษณุโลก ส่วนจังหวัดที่ได้อบรมศึกษานิเทศก์ไปแล้วนั้น จะเริ่มทยอยอบรมครู ป.1 จนครบทุกโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

“การอบรมครู สพฐ.ยังไม่พบปัญหาใหญ่ เนื่องจากเข้าใจว่า ครูชั้น ป.1 ส่วนใหญ่เป็นครูอาวุโส หรือ ครูป้า การเรียนรู้เทคโนโลยีย่อมมีความล่าช้าอยู่บาง แต่ก็เชื่อว่า ครูที่ผ่านการอบรมแล้ว จะสามารถนำเครื่องแท็บเล็ตไปใช้สอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะช้าไปบ้าง ส่วนปัญหาที่พบหลังจากการจัดอบรมครู คือ เรื่องของงบประมาณที่ สพฐ.ได้จัดสรรจำนวน 170 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเฉพาะอบรมครูในสังกัด สพฐ.เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สพฐ.ต้องอบรมครูทุกสังกัดตามมติคณะรัฐมนตรี ได้แก่โรงเรียนเอกชน โรงเรียนสังกัดเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่ง สพฐ.ได้จัดอบรมให้ แต่ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นต้นสังกัดนั้นๆ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง” นายเอนก กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม :   ASTVผู้จัดการออนไลน์