Tag Archive | แม่พิมพ์

สพฐ.ปฏิรูปผลิตแม่พิมพ์มืออาชีพแผน5ปี

ที่มา  :  ข่าวสด  ฉบับวันที่ 16 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

นายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู โดยให้ความสำคัญกับจำนวนการผลิต ต้องสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ครูใหม่ต้องมีความรู้ สามารถจัดการเรียนการสอนในโลกยุคใหม่ได้ 

ตลอดจนสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) และคุรุสภา เสนอให้สถาบันฝ่ายผลิตควบคุมจำนวนการรับนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี โดยคุรุสภาเตรียมบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนรับ และเกณฑ์ควบคุมคุณภาพ ในปีการศึกษา 2557 นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาการผลิตครูล้นต่อความต้องการนั้น ถือเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตครูร่วมกันอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้สถาบันฝ่ายผลิตได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือนำโครงการครูมืออาชีพมาพิจารณาดำเนินการใหม่ ให้สอดคล้องกับแผนความต้องการและแผนการผลิตครู เนื่องจากโครงการนี้สามารถสร้างครูดีมายกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนได้ ดังนั้นในอนาคต คนที่จะมาเป็นครู สพฐ. สมควรต้องผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ โดยจะต้องปรับจำนวนให้สอดรับกับอัตราส่วนหนึ่งที่กันไว้สำหรับพนักงานราชการและอัตราจ้าง ตลอดจนกลุ่มที่เข้าสอบแข่งขันบรรจุทั่วไป ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์นี้จะต้องบริหารอัตรา โดยวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กระบวนการทั้งหลายลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องร่วมกันทำทั้งหมด 

“เราต้องพูดกับมหาวิทยาลัยเรื่องหลักสูตรการผลิตครูด้วย เนื่องจากความต้องการครูในประเทศมีความหลากหลาย เช่น โรงเรียนขนาดเล็กของ สพฐ. คงไม่ต้องการครูวิชาเอก และสอนได้หลายช่วงชั้น ขณะที่ระดับมัธยมปลาย คงต้องผลิตครูเพื่อสอนวิชาเฉพาะ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ การวางแผนร่วมกันจึงสำคัญมากๆ” นายพิษณุกล่าว 

 

“แม่พิมพ์SP2″ได้สิทธิสอบ”ครูผู้ช่วย”

ที่มา   :   มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4 – 10 ม.ค. 2556

เป็นข่าวฮอตทางหน้าหนังสือพิมพ์อยู่พักหนึ่งสำหรับการเคลื่อนไหวของชมรมครูอัตราจ้างตามโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรือ SP2 ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555

กุหลาบชมพูนำโดย นายอมรัตน์ ทองสาดี ประธานชมรมครูอัตราจ้างฯ ที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายหลังเสียสิทธิในการสมัครสอบเพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว12

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 6-12 ธันวาคมที่ผ่านมา

เรื่องของเรื่องก็คือ ตามหลักเกณฑ์ ว12 กำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิสมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการตำแหน่งครูผู้ช่วย จะต้องเป็นครูอัตราจ้างที่จ้างด้วยเงินงบประมาณเท่านั้น

ถ้าเป็นเงินนอกงบประมาณก็หมดสิทธิ จึงเกิดปัญหาการตีความตามมาว่าแล้วเงินกู้ SP2 จะเข้าข่ายเงินงบประมาณหรือไม่?
ที่ผ่านมามีบางเขตพื้นที่การศึกษาตีความว่าเป็นเงินงบประมาณ จึงรับสมัครครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ไปแล้ว

ขณะที่บางเขตพื้นที่ฯ ตีความว่าเงินกู้ SP2 เป็นเงินนอกงบประมาณ จึงปฏิเสธที่จะรับสมัครครูอัตราจ้างกลุ่มนี้

เมื่อแนวปฏิบัติเกิดความลักลั่นเช่นนี้ กลุ่มครูอัตราจ้างผู้เสียสิทธิจึงออกมาร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรม เพราะพวกเขาก็ปฏิบัติหน้าที่สอนหนังสือในโรงเรียน และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเหมือนกับครูอัตราจ้างประเภทอื่นๆ เช่น ครูอัตราจ้างที่จ้างด้วยเงินที่โรงเรียนเก็บจากผู้ปกครอง แต่กลับได้รับสิทธิสมัครสอบครูผู้ช่วย ว12

ครูอัตราจ้าง สังกัด สพฐ. ทั่วประเทศมีกว่า 20,000 คน โดยเป็นครูอัตราจ้าง SP2 ตามโครงการพัฒนาครูทั้งระบบสาขาครูขาดแคลน 5,290 อัตรา และโครงการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3,972 อัตรา ถือว่าเป็นจำนวนค่อนข้างมาก ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 3,972 อัตรา ถือว่าเป็นจำนวนค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับอัตราว่างที่ สพฐ. รับบรรจุแค่ 2,300 อัตรา จาก 224 เขตพื้นที่ฯ และ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.)

โดยเขตพื้นที่ฯ ที่ไม่ประกาศรับสมัครสอบในครั้งนี้ มีแค่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พัทลุง เขต 1 เท่านั้น เนื่องจากมีอัตราว่างไม่มาก

การเคลื่อนไหวของครูอัตราจ้าง SP2 ต้องถือว่าประสบความสำเร็จ ด้วยว่า สพฐ. ทำหนังสือด่วนถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) และ สพป. ทั่วประเทศในทันที เพื่อขอให้ชะลอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ พร้อมกับทำหนังสือขอหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งครูอัตราจ้างตามโครงการเงินกู้ SP2 ปี 2555, กลุ่มครูธุรการโรงเรียนตามโครงการคืนครูให้นักเรียน ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอน และกลุ่มครูพี่เลี้ยงที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอน ว่ามีคุณสมบัติที่จะสมัครสอบบรรจุครั้งนี้ได้หรือไม่

ซึ่ง 2 กลุ่มหลัง ถือว่าเป็นการขอหารือไปในคราวเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันอีก

ผลหารือปรากฏว่าคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล ซึ่งทำหน้าที่แทน ก.ค.ศ. ได้ประชุมหารือเรื่องนี้แล้วมีข้อสรุปว่า ครูอัตราจ้างตามโครงการเงินกู้ SP2 และอัตราจ้างตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอน มีสิทธิสมัครสอบได้

แต่กลุ่มครูธุรการโรงเรียนตามโครงการคืนครูให้นักเรียนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะ สพฐ. มีหนังสือสั่งการไปยังเขตพื้นที่การศึกษาว่าครูกลุ่มนี้ไม่ให้สอนหนังสือ ฉะนั้น ทำให้ขาดคุณสมบัติ

ส่วนกรณีอื่นๆ อาทิ กลุ่มแล็บบอย ก็ไม่สามารถสมัครสอบได้ เพราะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ช่วยเตรียมการทดลองเท่านั้น ไม่ได้สอนหนังสือ

สพฐ. โดย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง สพม.

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง สพม. และ สพป. ที่ประกาศสอบทั่วประเทศ ให้ออกประกาศรับสมัครเพิ่มเติมเฉพาะกรณีครูอัตราจ้างปฏิบัติการสอนตามโครงการเงินกู้ SP2 ปี 2555 และอัตราจ้างตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอน

โดย สพฐ. กำหนดให้รับสมัครเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 25-27 ธันวาคมที่ผ่านมา ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก 28 ธันวาคม คัดเลือกวันที่ 13 มกราคม 2556 และประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 28 มกราคม 2556

โดยหลักฐานประกอบการรับสมัคร กำหนดว่าปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนที่ระบุในประกาศรับสมัครคัดเลือก จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจไม่หลังจากวันที่ 12 ธันวาคม

และเนื่องจากมีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกในบางรายวิชาน้อยมาก จึงให้เขตพื้นที่การศึกษาจัดห้องสอบ โดยรวมผู้เข้าสอบแต่ละวิชาได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่เกินห้องสอบละ 25 คน

การรับสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยแต่ละครั้ง ได้รับความสนใจจากแวดวงการศึกษาเสมอ ด้วยว่ารัฐบาลประกาศรับสมัครไม่บ่อยครั้งนักในแต่ละปี

แถมแต่ละครั้งที่รับสมัคร ก็มีอัตราบรรจุได้แค่หลักพัน ในขณะที่แต่ละปีมีคนจบคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ปีละ 50,000 คน ยกเว้นปี 2555 ที่มียอดรับสมัครนักศึกษาครูถึง 100,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ต้องจับตามองว่ายอดสมัครสอบครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ที่เขตพื้นที่ฯ และ สศศ. รายงานไปยัง สพฐ. ภายหลังการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกในวันที่ 28 ธันวาคม 2555 นั้น จะมีตัวเลขเท่าใด

ด้วยว่าแค่ยอดสมัครรอบแรกก็ปาไป 18,258 คนแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้ครอบคลุมถึงกลุ่มครูอัตราจ้าง ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการที่ปฏิบัติหน้าที่การสอนมาแล้ว 3 ปีด้วย ส่วนกลุ่มวิชาที่เปิดสอบ มี 30 กลุ่มวิชา โดยพบว่าสาขาที่ได้รับความสนใจสมัครมากที่สุด ได้แก่ สาขาวิชาเอกทั่วไป จำนวน 9,869 คน รองลงมา คอมพิวเตอร์ 1,317 คน และพลศึกษา 938 คน

สำหรับสาขาที่ได้รับความสนใจน้อยที่สุด คือ กิจกรรมบำบัด จำนวน 1 คน กายภาพบำบัด 3 คน และวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น 4 คน
ส่วนวิชาที่ใช้สอบคัดเลือก จะเป็นวิชาความรอบรู้ วิชาความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู วิชาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพ ที่ออกข้อสอบโดย สพฐ. คะแนนเต็มวิชาละ 50 คะแนน รวม 200 คะแนน ซึ่งต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยจะประกาศผลเรียงลำดับคะแนนรวมจากมากไปน้อย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นความสำเร็จแค่ก้าวแรกเท่านั้น เพราะหากครูอัตราจ้างจากเงินกู้ SP2 กลุ่มนี้ ไม่สามารถแข่งขันกับคนอื่นๆ ได้ ก็จะต้องรับเงินเดือนตามสัญญาจ้างปีต่อปีต่อไปตามเดิม พูดง่ายๆ ว่าชวดเงินเดือน 15,000 บาทตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูอัตราจ้างกลุ่มนี้กำลังเรียกร้องอยู่

ฉะนั้น เอาใจช่วยเพื่อนครูทุกคนให้สอบผ่านในวันที่ 13 มกราคม 2556 นี้ให้ได้…

เงินเดือนแม่พิมพ์ ครูผช.11,920บ.

ที่มา  :   ข่าวสดออนไลน์  วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 14:42 น.  

ผีเสื้อชมภู

เปิดบัญชีเงินเดือนแม่พิมพ์ใหม่ ครูผช.แรกบรรจุเริ่ม11,920บาท เหตุค่าครองชีพสูง-จูงใจคนเก่ง

      เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยผลการประชุม ก.ค.ศ. เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมรับทราบตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหลักการและเหตุผลของการปรับ เนื่องจากสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป และค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างมาก เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและรักษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่มีความสามารถไว้ในราชการ ประกอบกับนโยบายรัฐบาลกำหนดให้แรงงานมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 บาท/วัน และผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ฉะนั้น ก.ค.ศ.จึงกำหนดอัตราเงินเดือนดังกล่าวเพื่อรองรับและปรับอัตราเงินเดือนผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555

การเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง:ครูดีครูเด่น

ที่มา : เดลินิวส์  วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555  เวลา 00:00 น.

วันนี้เราจะไปคุยกับครูจิราพร เหลืองอิงคะสุต ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านดู่ หมู่ 5 ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเป็นหัวหน้างานวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และบุคลากรเครือข่ายการนิเทศกลุ่มโรงเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ครูจิราพรเป็นผู้มีความสามารถ อันเป็นผลที่เกิดจากการปฏิบัติงาน เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็น “แม่พิมพ์” ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และด้วยการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง  จึงทำให้ครูจิราพรมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับรางวัลเกียรติยศต่าง ๆ มากมาย  ทั้งระดับกลุ่ม จังหวัด และระดับประเทศ  โดยเฉพาะรางวัลครูภาษาไทยดีเด่น “รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติพระนามาภิไธยย่อ สธ.” ระดับประเทศ จากคุรุสภา  จากผลงานการค้นคว้าวิจัย  เพื่อช่วยพัฒนาผู้เรียน ให้อ่านออก เขียนได้ โดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่องการอ่าน และเขียนสะกดคำ

ครูจิราพรเล่าว่า ในการเป็นครูสอนจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ จะต้องมีการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงได้ร่วมกับคณะครูพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาการศึกษา ให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล สังคมไทย และผู้เรียนให้มีศักยภาพในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ซึ่งปัจจุบันสื่อมีความหลากหลาย จึงต้องเน้นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวนักเรียน และเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน นำมาประยุกต์สอน ทั้งการพูด การดู การฟัง การอ่าน การเขียนวรรณคดี วรรณกรรม เพียงแต่ครูและนักเรียน ร่วมกันทำความเข้าใจว่า สิ่งใดจะเกิดประโยชน์ให้รู้จักเลือกบริโภค และใช้เทคนิคในการสอนโดยการเลือกกิจกรรมการเรียน ที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้เรียนอยู่เสมอ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย มีการกำหนดเนื้อหา สาระ การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด รวมทั้งกระบวนการคิด และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

“การเป็นครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจ ในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์อย่างเสมอหน้า และสร้างความเป็นมิตร เป็นที่พึ่งพาและไว้วางใจของนักเรียนทุกคน พร้อมกับให้ความเป็นกันเองกับนักเรียน ด้วยการใช้คำพูดในการพูดคุยซักถาม ช่วยแก้ปัญหา

ส่วนตัวและปัญหาทางบ้าน ในขณะเดียวกันตัวครูเองด้วยการศึกษาหาความรู้ จากการเข้าอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง” ครูจิราพร กล่าวฝาก.

พีระ วีระชัย