Tag Archive | โครงการ

สพฐ.แจงครูอบรมธรรมกายพัฒนาอีคิว

ที่มา  :   ข่าวสด   ฉบับวันที่ 27 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)

             นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวชี้แจงกรณีข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้องเรียนกับมูลนิธิแห่งหนึ่งว่า  ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งให้เข้าร่วมกิจกรรม  “การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม โครงการโรงเรียนในฝัน รุ่นครูทั้งโรงเรียน”      ซึ่งเป็นการอบรมจริยธรรมกับเครือข่าย วัดพระธรรมกาย ว่า  โครงการนี้สพฐ.จัดร่วมกับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ  และมูลนิธิพัฒนาการศึกษาเพื่อศีลธรรม  จึงไม่ใช่การจัดร่วมกับวัดใดวัดหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการอบรมปฏิบัติธรรมที่วัด สำนัก หรือศูนย์ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 52 แห่ง

        ส่วนวัตถุประสงค์หลักนั้น  เนื่องจากสพฐ.ต้องการเปลี่ยนแนวคิด จากเดิมที่โรงเรียนหนึ่งมีครูแค่ 1 คนรับผิดชอบ เป็นเน้นให้ครูทุกคนมีบทบาทในการส่งเสริมศีลธรรม 

          เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้ารับการอบรมว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ฉะนั้นก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไร  ควรเข้าร่วมกิจกรรมก่อน  แล้วค่อยนำข้อเท็จจริงจากผลการอบรมมาวิจารณ์  ถึงจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากกว่านี้   ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีการสั่งการให้ปิดการเรียนการสอนเพื่อให้ครูมาเข้าร่วมโครงการนั้น ขอชี้แจงว่า  เป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  ต้องหารือถึงความเหมาะสม แต่หากพบปัญหาติดขัด ก็ต้องไปปรับเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน 

“ยืนยันว่าโครงการนี้ เน้นพัฒนาให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีอีคิว  ตลอดจนพฤติกรรมความประพฤติที่พึงประสง ค์ แต่ที่ผ่านมา เรามักจะโยน ความรับผิดชอบให้ครูเพียงคนเดียว  ซึ่งสุดท้ายแล้วจึงไม่มีพลังที่จะแก้ไขปัญหา  แต่หากเป็นครูทั้งโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงที่สพฐ.คาดหวังคงเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก”  นายชินภัทรกล่าว

โครงการ”ตามรอยเกียรติยศครูฯ”8/2557

ที่มา  :  www.obec.go.th

โครงการตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู

ครั้งที่ 8 พ.ศ.2557

ลูกจ้างสพฐ.รวมตัวเรียกร้องสิทธิ

ตัวแทนลูกจ้างสพฐ.บุกกระทรวงศึกษาทวงสิทธิเงินเพิ่มค่าครองชีพ ต่อสัญญาจ้างทุกโครงการทุกตำแหน่งโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ที่มา :   เดลิินิวส์ วันพุธที่ 3 เมษายน 2556  11.35 น.

       

วันนี้( 3 เม.ย.) ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ บรรดาลูกจ้างชั่วคราวสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งประกอบด้วยลูกจ้างโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ โครงการคืนครูให้นักเรียน โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และโครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 200 คน นำโดย นายอมรัตน์ ทองสาคร ประธานเครือข่ายลูกจ้างชั่วคราว สพฐ. ได้มาเรียกร้องสิทธิและทวงสัญญาจากรัฐบาลที่เคยรับปากจะช่วยเหลือลูกจ้างชั่วคราวให้มีความมั่นคงในชีวิต

นายอมรัตน์ กล่าวว่า พวกตนเคยมายื่นข้อเรียกร้องหลายครั้งแล้ว โดยขอให้มีการต่อสัญญาจ้างให้กับลูกจ้างชั่วคราวสังกัด สพฐ.ทุกโครงการ และขอให้ได้รับสิทธิเงินเพิ่มค่าครองชีพปริญญาตรี 15,000 บาทตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งให้บรรจุเป็นพนักงานราชการเมื่อทำงานครบ 3 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างที่รับปาก มีแต่การโปรยยาหอมจึงต้องรวมตัวกันมาทวงสัญญา เนื่องจากขณะนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งให้ทราบว่าจะเลิกสัญญาจ้าง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาครูทั้งระบบในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้

ด้านนายพิธาน พื้นทอง ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. กล่าวว่า ได้ประสานกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งรมว.ศึกษาธิการได้รับในหลักการที่จะนำเรื่องการต่อสัญญาจ้างเข้าพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ต้องดูผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วย ส่วนเงินเดือน 15,000 บาทนั้นเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการได้นำเสนอต่อ ครม.แล้ว แต่ต้องพิจารณาไปพร้อมกับลูกจ้างในสังกัดอื่นๆทั่วประเทศด้วย สำหรับการบรรจุเป็นพนักงานราชการนั้น สพฐ.รับที่จะนำเข้า คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ระบบเกี่ยวกับตำแหน่ง ที่ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อขออนุมัติสิทธิพิเศษให้ลูกจ้างชั่วคราวสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการได้


ลูกจ้างชั่วคราว สพฐ.บุก ศธ.ทวงสัญญาเพิ่มค่าครองชีพ 1.5 หมื่น    ที่มา  :  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2556

กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวฯ สพฐ. บุก ศธ. ทวงสัญญารัฐบาลดูแลความมั่นคงทางอาชีพ ด้านแกนนำ เผยยื่นข้อเรียกร้องมาแต่ปี 55 จนตอนนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลั่นคราวนี้ต้องมีความชัดเจนอย่างน้อยขอให้ดูการต่อสัญญาจ้าง เพิ่มค่าครองชีพ 1.5 หมื่นบาท ก่อน ขณะที่ “พงศ์เทพ” บอกผ่าน ผอ.สพร.รับในหลักการจะเสนอเรื่องต่อสัญญาจ้างต่อ ครม. ขณะที่ปรับเพิ่ม 1.5 หมื่นเสนอ ครม.แล้วแต่ต้องรอการพิจารณาพร้อมหน่วยงานอื่น ๆ

วันนี้ (3 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น.ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอมรัตน์ ทองสาคร ประธานเครือข่ายลูกจ้างชั่วคราว สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยลูกจ้างชั่วคราวฯ ในโครงการแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผู้จบการศึกษาภาคบังคับ โครงการพัฒนาครูทั้งระบบ โครงการคืนครูให้นักเรียน โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และโครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้งบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 หรือ SP2 กว่า 200 คน เดินทาง เพื่อเรียกร้องสิทธิและทวงสัญญาจากรัฐบาลที่เคยรับปากจะช่วยเหลือให้ลูกจ้างชั่วคราวให้มีความมั่นคงทางวิชาชีพ โดยต้องการขอเข้าพบ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติราชการที่จ.หนองคาย

นายอมรัตน์ กล่าวว่า พวกตนเคยมายื่นข้อเรียกร้องหลายครั้งแล้วตั้งแต่ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ว่าขอให้มีการต่อสัญญาจ้างให้กับลูกจ้างชั่วคราวสังกัด สพฐ.ในทุกโครงการ และขอให้ได้รับสิทธิเงินเพิ่มค่าครองชีพปริญญาตรี 15,000 บาทตามนโยบายของรัฐบาลด้วย ขณะเดียวกัน ขอให้บรรจุเป็นพนักงานราชการสำหรับลูกจ้างชั่วคราวที่ทำงานครบ 3 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างที่รับปาก มีแต่การโปรยยาหอมจึงต้องรวมตัวกันมาทวงสัญญา เนื่องจากขณะนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งให้ทราบว่าจะเลิกสัญญาจ้าง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาครูทั้งระบบในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้

“วันนี้พวกผมอยากได้คำตอบที่ชัดเจนว่าข้อเรียกร้องที่ขอไปนั้น ศธ. และรัฐบาลจะทำให้ได้เมื่อไร ซึ่งหากเบื้องต้นสามารถดูแลเรื่องการทำสัญญาในทุกโครงการให้พวกเราทุกคนมีความมั่นคง คือ ให้ได้เข้าเป็นลูกจ้างในระบบของ สพฐ รวมทั้งปรับเพิ่มค่าครองชีพให้ได้ 15,000 บาทนั้น ซึ่งถ้าทำ 2 เรื่องนี้ให้ก่อนพวกเราพอจะยอมรับได้ โดยกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวทั่วประเทศมีจำนวน 65,172 คน”นายอมรัตน์ กล่าว

ด้านนายพิธาน พื้นทอง ผู้อำนวยสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวต่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการได้รับในหลักการที่จะนำเรื่องการต่อสัญญาจ้างเข้าพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ต้องดูผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วย ส่วนเงินเดือน 15,000บาท ขณะนี้ ศธ. ได้เสนอเรื่องไปยังที่ ครม.แล้วแต่ต้องพิจารณาไปพร้อมกับลูกจ้างในสังกัดอื่นๆทั่วประเทศด้วย ส่วนข้อเรียกร้องให้บรรจุลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติมาแล้ว 3 ปีเป็นพนักงานราชการ นั้น สพฐ.รับที่จะนำเข้าสู่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.) ระบบเกี่ยวกับตำแหน่ง ที่ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เพื่อขออนุมัติสิทธิพิเศษให้ลูกจ้างชั่วคราวสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการได้

สกสค.พัฒนาครูE ทุ่ม30ล.เรียนออนไลน์

ที่มา  :  ประชาชาติธุรกิจ   ฉบับวันที่ 25 – 28 ต.ค. 2555

สกสค.ผุดโครงการพัฒนาศักยภาพครูสอนภาษาอังกฤษทุกสังกัด เทงบฯ 30 ล้านบาทซื้อบัตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ครู 6 หมื่นคน ส่วนองค์การค้า คุรุสภาเห็นประโยชน์ เตรียมขยายผลเป็นนายหน้าขายบัตรให้ครู 

นางปราณี รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่ม ส่งเสริมสวัสดิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า สกสค.ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมสวัสดิการพัฒนาศักยภาพครู นักเรียนด้านเทคโนโลยี และทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดซื้อบัตรสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ครูสอนภาษาอังกฤษได้เข้าไปศึกษา ซึ่งมีทั้งบทเรียนและแบบทดสอบ 12 ระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง ครอบคลุมทุกทักษะทั้งไวยากรณ์, การอ่าน และการฟัง 

“ครูภาษาอังกฤษทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 1 แสนคน แต่จัดสรรให้ได้เพียงแค่ 6 หมื่นคน ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณที่มีประมาณ 30 ล้านบาท และการใช้งานที่ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต บางพื้นที่อาจไม่มีเครือข่ายรองรับ และเนื่องจากเป็นการเรียนออนไลน์ หากใช้พร้อมกันอาจมีปัญหาเรื่องระบบติดขัดได้ เพราะระบบการเรียนเชื่อมต่อกันทั้งหมด” 

อย่างไรก็ดี บัตรมีอายุการใช้งาน 1 ปี ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการติดตามผลการใช้งาน แต่ต้องรอให้การแต่งตั้งผู้บริหารของคณะกรรมการ สกสค.ลงตัวเสียก่อนจึงสามารถดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้องค์การค้าคุรุสภายังมีความสนใจนำบัตรนี้ไปเป็นสินค้าตัวอย่างด้วย 

ทั้งนี้ได้จัดสรรบัตรให้กับครูที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน(สพฐ.) 35,000 ชุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 15,000 ชุด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,000 ชุด สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 3,000 ชุด และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 2,000 ชุด 

ขณะที่นายสมิต วิโรจน์วรรณ หัวหน้ากลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะคณะกรรมการติดตามประเมินผลโครงการ ส่งเสริมสวัสดิการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนด้านเทคโนโลยีและทักษะภาษาอังกฤษ ระบุว่า โครงการติดตามผลที่เสนอไปยัง สกสค.มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือน ส.ค. 2555-ก.ค. 2556 แต้ยังไม่ได้อนุมัติ ทำให้การติดตามผลต้องเลื่อนออกไป 

“เราจะเข้าไปติดตามครูที่ได้รับบัตรแล้วว่าได้นำไปศึกษาเรียนรู้ หรือไปใช้ประกอบการสอนเด็กหรือไม่ โดยดูจากสถานการณ์จริง ซึ่งจะสุ่มตรวจในภาคเหนือ กลาง ตะวันอออก และตะวันออกเฉียงหนือ ภาคละ 4 ครั้ง งบประมาณในการติดตามผล 5.6 แสนบาท การใช้งานบัตรสามารถตรวจสอบได้จากระบบของบริษัท แต่การติดตามจะมีแง่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วย โดยจะนำมาจัดทำเป็นผลวิจัยเพื่อรองรับการใช้งาน หากมีการสานต่อโครงการนี้ในอนาคต” 

ส่วนนางสาวปริยาภรณ์ ชูทัพ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการศึกษา สำนักประสานและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กล่าวว่า ตอนนี้กระจายบัตรไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และแต่ละจังหวัดกำลังทยอยแจกให้ครบทุกโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรร จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่าครูตอบรับดี เพราะเรียนรู้ได้ตามระดับความยากง่าย และเนื่องจากเป็นบทเรียนที่สามารถตอบโต้ได้ จึงทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ ทั้งยังนำบัตรไปแบ่งปันให้ครูวิชาอื่นได้เรียนรู้ร่วมกันอีกด้วย

ดีเดย์ 5 พย.จับสลากร่วมโครงการครูมืออาชีพ

ที่มา  :  ASTVผู้จัดการออนไลน์  วันที่  24 ตุลาคม 2555 02:31 น.

ดีเดย์ 5 พ.ย.นี้ จับสลากเข้าร่วมโครงการครูมืออาชีพ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต “ศรีญาดา” ชี้ เป็นวิธีการที่โปร่งใส เป็นธรรมมากที่สุด 

ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตและนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูมืออาชีพ เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตฯ เรื่อง กำหนดการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลิตครูมืออาชีพโดยวิธีการจับสลาก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2555 ซึ่งในปีนี้มีผู้มีสิทธิ และได้รับการประกาศชื่อเข้าร่วมจับสลาก จำนวนกว่า 2,323 คน จาก 89 สถาบันอุดมศึกษา เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 829 คน ตามอัตราว่างที่จัดสรรมาให้ แบ่งเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 750 อัตรา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 79 อัตรา ซึ่งการจับสลากจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2555 ณ ศูนย์การประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต โดยผู้มีสิทธิ์ทุกคนจะต้องมารายงานตัว พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่ห้อง The Deck ชั้น 1 ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ตั้งแต่เวลา 08.30-10.00 น.หากคนใดไม่มารายงานตัวตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์การเข้าร่วมการคัดเลือกทันที 

“การจับสลากจะคัดเลือกเป็นวิธีการที่โปร่งใส และเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ ก็ใช้วิธีการจับสลากในการลงปฏิบัติงานในพื้นที่มาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ดังนั้น จึงอยากให้นำวิธีนี้มาใช้กับครูด้วย เพื่อที่จะได้เป็นต้นแบบในการดำเนินการในปีต่อไป อีกทั้งวิธีการนี้จะช่วยทำให้มีเรื่องร้องเรียนน้อย แต่จะมีความพึงพอใจมาก อย่างไรก็ตาม ในวันจับสลากนั้น ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ จะเดินทางมามอบโอวาทให้แก่นิสิต นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการด้วย” ทพ.ญ.ศรีญาดา กล่าว

กสทช.ให้950ล.ไวไฟฟรีทั่วไทย

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 11:59:10 น.

 

นายฐากร ตัณฑ์สิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน มีมติอนุมัติเงินจำนวน 950 ล้านบาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อนำไปติดตั้งโครงการบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงฟรี (ไอซีที ฟรีไวไฟ) ทั่วประเทศอีก 150,000 จุด ใน 30,000 แห่งทั่วประเทศ เช่น สถานีตำรวจ สถานีอนามัย ศาลากลางจังหวัด เป็นต้น

 

นายฐากรกล่าวว่า การเบิกจ่ายเงินจะแบ่งเป็น 2 งวด คือภายใต้กรอบงบประมาณปี 2555 จำนวน 50 ล้านบาท และที่เหลืออีก 900 ล้านบาท จะเบิกใช้ในปีงบประมาณ 2556 โดยมีระยะเวลาดำเนินการรวม 7 เดือน นับตั้งแต่การจ่ายเงินงวดแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งการติดตั้งจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการสนับสนุนงบเพิ่มเติมจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทโอที จำกัด (มหาชน) ด้วย เพราะการติดตั้งทั้งหมดจะต้องใช้งบประมาณถึง 4,000 ล้านบาท

“ปัจจุบัน กองทุนมีเงินอยู่ประมาณ 3,591 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวมาจากค่าธรรมเนียมรายปีที่ได้รับจาก กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งค่าปรับต่างๆ”