Tag Archive | ไอโฟน 5

แอร์จีนไฟช็อตใช้ไอโฟน5ตอนชาร์จแบต

ที่มา  :   มติชนออนไลน์   วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:00:08 น.

20137131373701367480_192

 โกลบอล ไทมส์ อ้างการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์หยางเฉิง อีฟนิ่ง นิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ ที่รายงานว่า น.ส.หม่า อ้ายหลุน แอร์โฮสเตสสาววัย 23 ปี ของสายการบินไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส ถูกไฟช็อตเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะคุยโทรศัพท์ไอโฟน5 ระหว่างเสียบปลั๊กชาร์ตแบตเตอรี

ตำรวจที่เมืองชางจี้ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ กล่าวยืนยันว่าได้รับรายงานการเสียชีวิตจากครอบครัวของเหยื่อและเริ่มดำเนินการสืบสวนแล้ว  แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากพี่สาวของเธอเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในเว็บไซต์ซินา เว่ยปั๋ว ที่ระบุว่า เธอหวังว่าแอปเปิลจะให้คำอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และหวังว่าทุกคนจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะที่กำลังชาร์จแบตเตอรี

เธอยังระบุว่า น้องสาวซื้อโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และยังคงอยู่ระหว่างการรับประกันเครื่อง อีกทั้งยังใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้ที่ติดมากับเครื่อง หลังจากนั้น โพสต์ในเว็บไซต์เว่ยปั๋ว ก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนบนเว็บไซต์จีน ชาวเน็ตหลายคนกล่าวเตือนอันตรายจากการใช้โทรศัพท์ขณะชาร์จแบต ขณะที่บางคนชี้ว่าอุปกรณ์ชาร์จอาจไม่ได้มาตรฐาน

ตำรวจเมืองฉางจี้ เปิดเผยว่า จากผลการชันสูตรศพเบื้องต้นชี้ว่า น.ส.หม่าเสียชีวิตจากการถูกไฟช็อต แต่ยังไม่แน่ชัดว่ากระแสไฟที่รั่วมาจากเครื่องชาร์จหรือไม่ เนื่องจากอุปกรณ์ชาร์จก่อให้เกิดกระแสไฟเพียง 5 โวลต์เท่านั้น ซึ่งไม่แรงพอที่จะทำให้ช็อตคนจนเสียชีวิต

ด้านบริษัทแอปเปิล กล่าวแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเสียแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด

 

“แอนดรอยด์” ครองโลก

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 19:58:34 น. 

อ้างอิง  :  คอลัมน์ IT.Talentz  (ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ 31 ธันวาคม 2555)

 

สมาร์ทโฟนในโลกนี้สู้กันอยู่เป็นหลัก ๆ เพียงสองระบบเท่านั้น  คือ  iOS ของ “แอปเปิล” ซึ่งคือ ไอโฟน  และ  แอนดรอยด์ที่มีสารพัดเจ้าทำออกมา โดยมีซัมซุงเป็นรายใหญ่ที่สุด ในบ้านเกิดหรือในสหรัฐอเมริกาไอโฟนครอบครองความเป็นเจ้าตลาด 


และจากตัวเลขที่สำรวจโดยบริษัทวิจัยแคนทาร์ เวิลด์ไวด์ คอมเทค  ในช่วงสามเดือนล่าสุดของปี 2012 “ไอโฟน” ในอเมริกามีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 เป็น 53.3   เมื่อเทียบกับช่วงดียวของปีที่แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งของ “แอนดรอยด์” ไถลลงจากเดิมอีกเกือบร้อยละ 11  ที่ยอดขายไอโฟนในอเมริกาเพิ่มขึ้นมากนั้น เป็นความดีของไอโฟน 5 ล้วน ๆ

อย่างไรก็ตาม ในขอบเขตทั่วโลก “ไอโฟน”  ไม่สามารถเข้าไปครองใจผู้คนได้เหนือกว่าแอนดรอยด์  ในกลุ่ม 5 ประเทศใหญ่ที่สุดของยุโรป  ประกอบด้วย  อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน  ส่วนแบ่งตลาดของแอนดรอยด์ในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 61 จากร้อยละ 51.8  บางประเทศอย่างเช่น สเปน “ไอโฟน” แทบจะไม่มีตัวตนอยู่เลยด้วยซ้ำ  ส่วนแบ่งตลาดมีเพียงร้อยละ 4.4 ขณะที่แอนดรอยด์สูงถึงร้อยละ 84.1

ออกไปที่ “ออสเตรเลีย”  แอนดรอยด์นำหน้าอยู่ที่ร้อยละ 58  ไอโฟนร้อยละ 36  หรือที่บราซิล แอนดรอยด์มีส่วนแบ่งร้อยละ 60.7 ไอโฟนร้อยละ 1.6

ส่วนตลาดใหญ่อย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน  ตัวเลขจาก “ไอดีซี”  ก็ให้ภาพทำนองเดียวกัน  นั่นคือ  แอนดรอยด์มีส่วนแบ่งสูงถึงร้อยละ 72.2  ขณะที่ไอโฟนร้อยละ 19.2

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนแอนดรอยด์  อาจอยู่ที่มีสมาร์ทโฟนตัวเลือกที่ราคาถูกกว่าไอโฟน   และความเป็นระบบเปิดของแอนดรอยด์ที่ทำให้ผู้ผลิตมีอิสระที่จะปรับแต่งและผลิตออกมาอย่างหลากหลาย   นั่นทำให้มองกันว่าที่จริงแล้วแอปเปิลโดนรุมสกรัมจากผู้ผลิตมากหน้าหลายตาทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่

อย่างไรก็ตาม เมื่อลองดูขาใหญ่ผลิตสมาร์ทโฟนของโลกจะพบว่า  ที่ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแซงหน้า “โนเกีย” คือ “ซัมซุง” และเฉพาะในยุโรป ซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 44.3  ขณะที่แอปเปิลตามหลังมาที่ร้อยละ 25.3

นั่นหมายความว่า ตัวชนจริง ๆ ของแอปเปิลคือ “ซัมซุง”

มาบุญครอง”สมาร์ทโฟน”หิ้วเกลื่อน

ที่มา  :   ประชาชาติธุรกิจออนไลน์  updated: 05 ต.ค. 2555 เวลา 11:57:09 น.

ก่อนไอโฟน 5 จะเปิดตัว บรรดาคอไฮเทคที่กำลังคิดจะซื้อสมาร์ทโฟนต่างชะลอซื้อกันเป็นแถว “กาแลคซี่เอส 3” ที่ว่าแรงแล้วก็ยังสู้ไม่ได้ แม้เมื่อ “แอปเปิล” เผยโฉมไอโฟน 5 มาแล้วจะมีเสียงวิจารณ์ว่าไม่ถึงกับว้าว แต่ก็ทำยอดขายทะลุ 2 ล้านเครื่องภายในวันเดียว ทำลายสถิติไอโฟนรุ่นพี่ ๆ ได้อีกครั้ง

ในตลาดบ้านเราก็แรงจัดไม่แพ้กัน ถัดจากวางตลาดเป็นทางการ 2-3 วัน ก็มีไอโฟน 5 เครื่องหิ้วขายกันพรึ่บที่ “มาบุญครอง” ถือว่าเครื่องหิ้วรุ่นนี้มาเร็วพอสมควร เพราะรุ่นที่แล้วกว่าจะมีเข้ามาก็เกือบอาทิตย์การมาของไอโฟน 5 ช่วยให้มาบุญครองกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังซบเซามาพักใหญ่

เจ้าของร้านแห่งหนึ่งกล่าวว่า ก่อนเปิดตัวไอโฟน 5 มีลูกค้าเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าอย่างต่อเนื่องจนต้องเปิดรับจองเครื่อง เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะสั่งเครื่องเข้ามาวางขายมากน้อยแค่ไหน โดยทางร้านนำเครื่องเข้ามาจากฮ่องกงมากกว่าจำนวนที่มีการสั่งจองเล็กน้อย ก็สามารถขายหมดภายในเวลารวดเร็ว ซึ่งหลายร้านในมาบุญครองก็หิ้วเครื่องเข้ามาขายเช่นกัน ทำให้มีคนมาเดินมาบุญครองมากขึ้น

 

ไอโฟน 5 แรงจัด

สำหรับราคา “ไอโฟน 5” เครื่องหิ้วมีการขึ้นลงคล้ายราคาหุ้นในตลาดหุ้น เพราะขึ้นลงทุกวัน แล้วแต่จำนวนสินค้าที่มีในขณะนั้น ว่ามากหรือน้อย ถ้าเหลือน้อย อาจมีขยับราคาขึ้นบ้าง แต่ไม่มีผลกับการขาย เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่เกี่ยงเรื่องราคา 

จากการสำรวจราคาของ “ประชาชาติธุรกิจ” ณ วันที่ 24 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา พบว่าไอโฟน 5 รุ่น 16 GB ราคาจะอยู่ที่ 35,000-37,000 บาท รุ่น 32 GB ราคาระหว่าง 42,000-44,000 บาท และขนาด 64 GB ราคา 46,000-49,000 บาท และบางร้านขายเครื่องสีดำแพงกว่าสีขาวประมาณ 1 พันบาทด้วย   อีกสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ “ซิม” ที่ใช้ได้กับไอโฟน 5 รุ่นใหม่ ไม่ใช่ “ไมโครซิม” ธรรมดา แต่เป็น “นาโนซิม” เล็กกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ปลุก มาบุญครองŽ คึกคัก

“การมาของไอโฟน 5 ช่วยให้มาบุญครองกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังเงียบไปนาน เท่าที่เปิดให้สั่งจองก็มียอดจองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆบางครั้งไม่พอขาย มีลูกค้าที่ไม่ได้จอง รอซื้อต่อทันที ส่วนอุปกรณ์เสริม เห็นมีแค่หูฟังรุ่นใหม่ ที่มีเข้ามาวางขาย”

ถ้าเปรียบเทียบราคาเครื่องหิ้ว “ไอโฟน 4” กับไอโฟน 5 ถือว่าเครื่องหิ้วไอโฟน 4 ราคาสูงกว่า อยู่ที่เกือบ 6 หมื่นบาท อาจเพราะเป็นการเปลี่ยนโฉมใหม่ ลูกค้าช่วงนั้นจึงเป็นชาวต่างชาติมากกว่า แต่ไอโฟนรุ่นปัจจุบันมีราคาลดลงมามาก เพราะประเทศที่ต้องไปซื้อใกล้ขึ้น ทั้งรูปร่างเครื่องไม่ได้เปลี่ยนไปมากด้วย

พนักงานร้านไอสตูดิโอแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า มีลูกค้าเข้ามาสอบถามถึงไอโฟนรุ่นใหม่เยอะพอสมควร ซึ่งให้คำตอบได้เพียง “รอก่อน” เพราะไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลย สินค้าใหม่ที่มีเข้ามา มีเพียง “Apple EarPods” หูฟังรุ่นใหม่ (ราคา 1,090 บาท) ส่วนไอพอดทัชและไอพอดนาโนจะวางขายในอีกสองอาทิตย์ แต่ยังไม่ทราบราคา

กาแลคซี่ S 3 ถูกกว่าเครื่องศูนย์

ไม่ได้มีแต่ไอโฟน 5 เครื่องหิ้ว ฟากคู่แข่งตัวกลั่นบนระบบปฏิบัติแอนดรอยด์ก็ไม่น้อยหน้า ทั้ง “ซัมซุง” กาแลคซี่ เอส 3 สูง มีเครื่องหิ้วมาวางขายด้วย เหลือ 16,000 บาท พร้อมประกัน 1 ปี ส่วนใหญ่หิ้วมาจากเวียดนามและสิงคโปร์ ได้รับความสนใจพอสมควร เพราะราคาถูกกว่าเครื่องศูนย์ร่วม 4 พันบาท ทั้งมีสีที่ยังไม่นำเข้ามาในไทย

“เราขายทั้งเอส 3 เครื่องหิ้วและเครื่องศูนย์ ก็มีลูกค้าเข้ามาซื้อทั้งสองแบบ ซัมซุงน่าจะไปได้อีกไกล เพราะตัวสินค้าทำออกมาได้ดี ง่ายต่อการใช้งาน คาดว่ากาแลคซี่โน้ต 2 ที่จะเข้ามาปลายปีนี้ก็จะกระตุ้นตลาดโตอีกแน่ ถ้ามีแนวโน้มดี ทางร้านอาจนำเครื่องหิ้วเข้ามาขายด้วย”

ถัดจาก “ไอโอเอส” และ “แอนดรอยด์” แล้ว ไม่พูดถึง “วินโดวส์โฟน” คงไม่ได้ ล่าสุดกับ “วินโดวส์โฟน 8” 

โนเกียลูเมียŽ หืดจับ

พี่ใหญ่ “โนเกีย” ชิมลางเปิดตัวกับโอเอสตัวก่อน “วินโดวส์โฟน 7.5” ไปแล้ว นัยว่าเพื่อช่วยให้ผู้บริโภครับรู้เกี่ยวกับโอเอสใหม่ รวมถึงให้ข้อมูลพนักงาน และช่องทางการขายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของวินโดวส์ 8 

“จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์” หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Lumia 920 และ Lumia 820 คือสมาร์ทโฟนที่ใช้วินโดวส์โฟน 8 จะเข้ามาในประเทศไทยภายในปีนี้ หลังจากชิมลางกับลูเมียซีรีส์เดิมบนวินโดวส์โฟน 7.5 ไปเมื่อต้นปี เชื่อว่าจะสร้างความแปลกใหม่ให้ลูกค้าในไทยได้แน่นอน เพราะมีฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ที่ไม่มีในรุ่นก่อน เช่น ภาษาไทย, มีแอปพลิเคชั่น มากขึ้น ขณะที่ความสามารถของเครื่อง โดยเฉพาะกล้องเด่นกว่าเจ้าอื่นอย่างชัดเจน

“แม้ปลายปีนี้จะมีโทรศัพท์ออกมาหลายรุ่น รวมถึงวินโดวส์โฟน 8 ที่เราขายอยู่ ก็จะมีคู่แข่งมากขึ้น แต่เรามองว่า ยิ่งคู่แข่งที่ทำโอเอสเดียวกัน ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดรับรู้มากขึ้น รุ่นก่อนนี้มีเพียงเราเจ้าเดียวที่เน้น คราวนี้มีแบรนด์อื่นมาช่วย จะทำให้วินโดวส์โฟน 8 และลูเมียเข้าไปอยู่ในใจลูกค้ามากขึ้นเช่นเดียวกัน”

คลิปซัมซุงกาแล๊คซี่โน๊ต2ชนไอโฟน5

ที่มา  :  มติชนออนไลน์    วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 15:01:19 น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซัมซุงได้เปิดตัว”สมาร์ทโฟน กาแล๊คซี่ โน๊ต 2 “เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากแอปเปิลวางจำหน่ายไอโฟน 5 โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายใน 128 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งในสหรัฐ ทั้งนี้ สำหรับกาแล๊คซี่โน๊ต 2 มีขนาดใหญ่กว่ากาแล๊คซี่ โน๊ต รุ่นก่อน ปฎิบัติการด้วยระบบแอนดรอยด์ ประมวลผลด้วยซีพียู 1.6 กิ๊กกะเฮิร์ช ซึ่งสามารถทำให้อุปกรณ์นี้ใช้งานในหลายฟังค์ชั่นได้เร็วกว่าระบบดูอัล คอร์ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้

 ทั้งนี้ สำหรับซัมซุงประสบความสำเร็จในการขายโทรศัพท์”กาแล๊คซี่ โน๊ต”เป็นจำนวนกว่า 10 ล้านเครื่อง และสามารถขายกาแล๊คซี่ เอส 3 ได้กว่า 20 ล้านเครื่อง และการเปิดตัวนี้มีขึ้นหลังจากแอปเปิลเพิ่งประสบความสำเร็จในการขายไอโฟน 5 ซึ่งมียอดจำหน่ายไปแล้ว 5 ล้านเครื่อง เพียงหลังจากวางจำหน่ายแค่ 5 วัน และก่อนหน้านี้ ซัมซุง เพิ่งแพ้คดีละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าแอปเปิล ต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 1,050 ล้านดอลลาร์ด้ว

news_detail.php?newsid=1348725957&grpid=&catid=09&subcatid=0904

สมาร์ทโฟนตัดหน้าไอโฟน5

สมาร์ทโฟนตัดหน้า”ไอโฟน5″

ที่มา  :  มติชนออนไลน์  วันที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 14:15:57 น.(คอลัมน์ ไซเบอร์ทีน โดย พี่ศรีหนุ่ย)


      ขณะที่หลายคนกำลังจับต้องมองดูว่า หน้าตาของ “ไอโฟน 5” ที่มีข่าวว่าจะแถลงข่าวเปิดตัวกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา จะเป็นอย่างไร บรรดาผู้ผลิตโทรศัพท์รายอื่นๆ ก็ไม่ได้นั่งรอดูอยู่เฉยๆ ประกาศเดินหน้าเปิดตัวมือถืออย่างต่อเนื่อง

โดย 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการมือถือที่เคยรุ่งเรืองในอดีต อย่างโนเกียและโมโตโรลาก็ไม่ได้นั่งเฉย ประกาสเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่กัน เรียกว่า ขอตัดหน้าก่อนกันเลยทีเดียว

เริ่มที่โนเกียกันก่อน ที่ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน ลูเมีย รุ่นใหม่ล่าสุด คือ ลูเมีย 920 และลูเมีย 820 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 8 ของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพยายามของโนเกียที่จะต้องต่อสู้อย่างหนักในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ และทางไมโครซอฟท์เองก็หวังเอาไว้อย่างเต็มที่สำหรับลูเมีย 920 ที่ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนวินโดวส์ โฟน 8 รุ่นเรือธงเลยก็ว่าได้ โดยลูเมียที่ออกมาใหม่นี้ยังคงสไตล์สีสันสดสวย จี๊ดจ๊าดมากขึ้น สำหรับลูเมีย 920 มีขนาดหน้าจอ 4.5 นิ้ว ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่กล้อง 8 ล้านพิกเซลที่ใช้เทคโนโลยีเพียววิว (PureView) หนึ่งในกล้องบนสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ ขณะที่ลูเมีย 820 หน้าจอ 4.3 นิ้ว กล้อง 8 ล้านเหมือนกัน

ถือว่า โดยรวมลูเมียก็มีจุดเด่นอยู่ไม่น้อย มาดูฟากของโมโตโรลากันบ้าง ที่ประกาศเปิดตัวในคืนวันเดียวกัน เป็นรุ่นดรอยด์ เรเซอร์ เอชดี (DROID RAZR HD), ดรอยด์ เรเซอร์ แม็กซ์ เอชดี (DROID RAZR MAXX HD) และดรอยด์ เรเซอร์ เอ็ม (DROID RAZR M) ทั้งหมดนี้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ของกูเกิล เป็นไอศครีม แซนวิช และสามารถอัพได้เป็นเจลลี บีน

จุดเด่นน่าจะเป็นตัวเรเซอร์ เอ็ม ที่เตรียมวางขายในสัปดาห์หน้า ในราคาเพียงแค่ 99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 3,000 บาทเท่านั้น น่าจะเป็นความพยายามขยายฐานกลุ่มลูกค้าของโมโตโรลาลงไปสู่ระดับรากหญ้ามากขึ้น ในขณะที่เรเซอร์ เอชดี และเรเซอร์ แม็กซ์ เอชดี จะวางขายในปลายปีนี้ โดยจุดเด่นจะอยู่ที่เรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ ที่ถือเป็นจุดเด่นสำหรับของโมโตโรลา เรเซอร์ ก็ว่าได้

จริงๆ แล้ว เรเซอร์เป็นแบรนด์ที่ทางโมโตโรลาใช้สำหรับสมาร์ทโฟนมาตั้งแต่ปี 2547 แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ และดูเหมือนว่า การเปิดตัวของสมาร์ทโฟนใหม่จากทั้งสองค่ายจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนทั่วไป

เพราะแต่ละคนก็มัวจดจ่ออยู่ว่า “ไอโฟน 5” หน้าตาจะเป็นอย่างไร จะมีก็แต่สาวกโนเกียและโมโตโรลา ที่เห็นแล้วก็ชอบ ก็อยากได้ ตามประสาแฟนนานุแฟนอันเหนียวแน่น